posttoday
รับมืออย่างไรกับเศรษฐกิจ 4.0

รับมืออย่างไรกับเศรษฐกิจ 4.0

20 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

สัปดาห์ที่ผ่านมา หากไม่นับการประกาศ ม.44 เพื่อเตรียมบุกวัดพระธรรมกายรอบ 3 ซึ่งเป็นซีรี่ส์หนังยาวหลายซีซั่น ข่าวที่ดังรองลงมาคือ ไทยแลนด์ 4.0 อันเป็นผลจากการที่หลายหน่วยงานประดังการจัดเวทีสัมมนา เชิญกูรูทั้งภาครัฐ-เอกชนมาให้ความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความตื่นตัวในเรื่องนี้ เพราะสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งรัฐบาลวางเป็นแผนแม่บทยกระดับรายได้ของคนในชาติ เพื่อให้ไทยหลุดจากกับดักประเทศมีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนา

คาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยใน 5-10 ปีข้างหน้า จะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาจากการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการผลิตชั้นสูง สังคมอันใกล้จะกลายเป็นดิจิทัลโซไซตี้ (Digital Society) เข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ โทรศัพท์มือถืออัจฉริยะในรูปแบบต่างๆ จะมีบทบาทมากกว่าปัจจุบันหลายเท่า ทำให้การรับรู้ข้อมูล โฆษณาสินค้า บริการ และข้อมูลข่าวสารต่างๆ จะผ่านทางสื่อออนไลน์ ซึ่งจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน ประเมินว่าในอนาคตการจับจ่ายใช้สอย 1 ใน 3 หรือมากกว่าจะใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

ผลกระทบในปัจจุบันที่เริ่มเห็นชัดเจน คือ ยอดขายหนังสือพิมพ์ลดลงเกือบครึ่ง นิตยสารดีๆ อายุเก่าแก่ รวมทั้งตัวหนังสือพิมพ์เองทยอยปิดตัว แม้แต่โทรทัศน์จากเดิมเป็นแหล่งโฆษณาสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ทุกวันนี้ยอดโฆษณาลดลงมาก ทีวีดิจิทัลบางรายปิดตัวหรือเปลี่ยนเจ้าของ แต่ปีนี้ดูว่าแนวโน้มจะดีขึ้น ในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการหากจะอยู่รอดจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคจะทำให้สินค้าหรือแม้แต่แบรนด์ดังๆ จะต้องใช้นวัตกรรมใหม่เพื่อให้เข้าถึงผู้ซื้อ ในสหรัฐอเมริกาห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เช่น วอลมาร์ท และอีกหลายห้างได้เพิ่มช่องทางจับจ่ายใช้สอยทางอี-คอมเมิร์ซ เพื่อเอาใจนักช็อปยุค 4.0

กรณีประเทศไทย จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หน่วยงานรัฐต่างๆ ได้รับคำสั่งให้เร่งปรับตัว แต่ที่ต้องเร่งปรับคือระบบราชการ ซึ่งต้องแก้ทั้งโครงสร้างเกี่ยวข้องกับคนและกฎเกณฑ์ กฎหมายที่ค่อนข้างจะไม่เป็นมิตรกับยุคสมัยของโลกอนาคต ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือสถาบันการเงินต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนการบริการด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเงิน (Fintech) เช่น ระบบพร้อมเพย์ (Prompt Pay) ช่วยให้ธุรกรรมการชำระเงินผ่านระบบสมาร์ทโฟนได้ง่ายและปลอดภัย ซึ่งปี 2560 คาดว่าการค้าผ่านออนไลน์จะมีมูลค่า 3.76 แสนล้านบาท อัตราขยายตัวร้อยละ 16-19

ประเด็นที่จะติดตามมากับเศรษฐกิจใหม่ หรือไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งไม่ค่อยจะได้กล่าวถึงมากนักคือผลกระทบที่จะติดตามมา เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในเชิงปริมาณกว่า 75% อยู่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมส่งออก ตัวเลขส่งออก 72% เกี่ยวข้องกัอุตสาหกรรมซึ่งใช้แรงงานเข้มข้น อีกทั้งภาคเกษตรการใช้เครื่องจักรทันสมัยเกี่ยวข้องกับการรวมนาแปลงใหญ่ (Big Farms) จะทำให้วิถีชาวนาเปลี่ยนไปกลายเป็นลูกไล่ของนายทุนใหญ่

ต้องยอมรับว่าเครื่องจักรอัจฉริยะและการใช้หุ่นยนต์ในภาคการผลิต กอปรทั้งการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจระเบียงตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมทำให้การจ้างงานในอนาคตจะลดน้อยถอยลง แล้วแรงงานภาคอุตสาหกรรมซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 6.2 ล้านคน จะให้เขาเหล่านั้นไปทำอะไร จะกลับไปสู่ภาคเกษตรก็ทำยาก เพราะเกษตรในอนาคตจะเป็นกึ่งอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันแรงงานในภาคค้าปลีก-ค้าส่ง ภาคการเงิน รวมไปถึงภาคบริการต่างๆ เมื่อช่องทางจำหน่ายเปลี่ยนเป็นอี-คอมเมิร์ซ จะกระทบกับคนที่ทำมาหากินมากน้อยเพียงใด

การเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสยุคดิจิทัลอัจฉริยะ เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโลก มีการประเมินว่าจะทำให้แรงงานในภาคการผลิตและบริการลดลงประมาณ 40% อีกทั้งแรงงานใหม่แต่ละปีเป็นหลักครึ่งล้านคนจะเข้าสู่ระบบไทยแลนด์ 4.0 ภาครัฐกำลังวาดภาพสวยหรูโดยมีซีอีโอทั้งของไทยและต่างชาติออกมาสนับสนุน สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันคือจะทำอย่างไรกับคนตกยุค ขณะที่ธุรกิจตกขอบส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี ขาดโอกาสและเงินทุนที่จะเข้าถึงเครื่องจักรไฮเทคราคาแพง จะปล่อยให้พวกนี้ตายไปหรืออย่างไร

ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ยุค 4.0 เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีใครเถียงแน่นอน แต่คนไทยและธุรกิจของไทยจำนวนมากอาจตกขบวน จะเอาพวกเขาไปไว้ตรงไหน ที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้มีการศึกษาหรือวางแผนรองรับถึงผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะประเด็นช่องว่างของความเหลื่อมล้ำซึ่งจะขยายตัว ธุรกิจขนาดใหญ่จะยิ่งเบ่งบานกินรวบไม่เหลือ

กลายเป็นว่าคนในประเทศนี้เกิดมาเพื่อที่จะเป็นลูกจ้างของทุนใหญ่ๆ เพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้น จริงไหมครับ n


(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน