posttoday
ประสบการณ์การปรองดองของต่างประเทศ

ประสบการณ์การปรองดองของต่างประเทศ

17 กุมภาพันธ์ 2560

พูดได้เลยว่าหลายๆ ประเทศในโลกที่มีความขัดแย้งภายในประเทศได้จัดการกับความขัดแย้งด้วยการเข้าสู่กระบวนการการปรองดองมาแล้วทั้งสิ้น

โดย...อรรถสิทธิ์ พานแก้ว

พูดได้เลยว่าหลายๆ ประเทศในโลกที่มีความขัดแย้งภายในประเทศได้จัดการกับความขัดแย้งด้วยการเข้าสู่กระบวนการการปรองดองมาแล้วทั้งสิ้น และในปัจจุบันที่กระบวนการปรองดองได้ถูกหยิบขึ้นมาสู่สังคมไทยอีกครั้ง การได้รับรู้ถึงประสบการณ์ของประเทศเหล่านี้ก็เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนไทยทุกคน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าที่มาของความขัดแย้งจากต่างประเทศนั้นมีความแตกต่างจากความขัดแย้งของไทยอยู่มาก การยกประสบการณ์ของต่างประเทศมาในที่นี้จะให้อะไรแก่สังคมไทย

จริงๆ แล้ว แม้ความขัดแย้งของแต่ละประเทศจะมีเหตุการณ์และลักษณะเฉพาะตัว แต่การศึกษาถึงกระบวนการจัดการความขัดแย้งและปรองดองก็ทำให้เห็นว่า กระบวนการการจัดการเหล่านั้นมีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก

จุดเริ่มต้นของการจัดการความขัดแย้งและการเข้าสู่กระบวนการปรองดองนั้น จะเริ่มต้นด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่หลักของการปรองดอง ซึ่งคณะกรรมการนี้จะมีหน้าที่หลักที่เหมือนๆ กันในทุกประเทศคือ เป็นคณะกรรมการค้นหาความจริงถึงต้นตอและเหตุการณ์ของความขัดแย้งที่ในที่สุดเกิดเป็นความรุนแรงและใช้อาวุธเข้ามาจัดการกับความขัดแย้ง หรือเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น การค้นหาความจริงของเหตุการณ์ จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับแรก เช่น คณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์วันอาทิตย์นองเลือด (Bloody Sunday) ในกรณีของประเทศไอร์แลนด์เหนือ หรือคณะกรรมการสอบสวนหาความจริงและความปรองดองในกรณีของประเทศแอฟริกาใต้ เป็นต้น

แน่นอนว่าความกังวลต่อคณะกรรมการที่มาทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับถึงที่มาหรือจุดยืนทางสังคมและการเมืองต่อความขัดแย้งจะถูกมองว่าเป็นการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก แต่หากพิจารณาดีๆ แล้ว ความกังวลต่อตัวบุคคลนั้นควรจะมีไม่เท่าต่อการเดินหน้ากระบวนการที่ประชาชนในชาติจะได้มีส่วนร่วมหรือไม่ ประเด็นของการปรองดองนั้นได้ถูกจัดวางมาแล้วหรือไม่

ประเด็นต่อไปที่คนไทยควรรับทราบในกระบวนการปรองดองก็คือ เมื่อการสืบหาความจริงของเหตุการณ์ได้เกิดขึ้น โดยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ได้ถูกนำออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้วกระบวนการของการลงโทษและชดใช้ความผิด รวมทั้งการให้อภัยโทษจะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่า ไม่เพียงแต่การลงโทษผู้กระทำผิดที่ได้เกิดจากกระบวนการสืบหาความจริงจะเกิดขึ้น การอภัยโทษสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่อาจได้กระทำผิดแต่กระบวนการสืบหาความจริงสรุปว่าบุคคลนั้นเป็นเหยื่อของเหตุการณ์มากกว่าก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน

เช่นนี้แล้ว อาการขัดใจของผลที่เกิดขึ้นหลังจากกระบวนการสืบหาความจริงของคนในสังคมก็จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เท่ากับว่าในกระบวนการปรองดองนี้ประชาชนเองจะต้องมองผลของการสืบหาความจริงด้วยใจที่เปิดกว้างและมีความเชื่อมั่นต่อกระบวนการ เพราะหากประชาชนมองผลของกระบวนการด้วยความรู้สึกของการแข่งขันและแบ่งข้างเชียร์ ในที่สุดเมื่อผลออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจต่อข้างที่ตัวเองเชียร์อยู่ความไม่พอใจก็อาจจะนำไปสู่ความล้มเหลวของกระบวนการก็เป็นได้

ที่สำคัญ เมื่อความจริงของเหตุการณ์ได้ถูกเปิดออกมาแล้ว การชดเชยเยียวยาต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จากทุกๆ ฝ่ายจะต้องเกิดขึ้น แม้การเยียวยาอาจจะไม่ได้ทำให้การสูญเสียนั้นกลับคืนมา แต่ในแง่ของความรู้สึกที่ผู้กระทำยอมรับถึงความผิดและกลับมาให้การเยียวยาต่อผู้สูญเสียนั้นก็เป็นที่ประจักษ์ในกรณีของหลายๆ ประเทศ

การจัดการกับมุมมองและความคิดของคนในประเทศต่อกระบวนการปรองดองนั้นก็เป็นอีกประเด็นที่ไม่สามารถข้ามไปได้ ซึ่งการจัดการกับมุมมองความคิดนั้นไม่ได้จำกัดเพียงแต่ส่วนของการยอมรับต่อที่มาของความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดและการจัดการความขัดแย้งที่ผิดวิธี แต่ยังรวมถึงการยอมรับถึงวิธีที่จะป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นอีก

แต่การจัดการกับความคิดที่สำคัญที่สุดในกระบวนการปรองดองนี้ก็คือ การยอมรับต่อการมีอยู่ของกระบวนการปรองดองและจัดการความขัดแย้ง การยอมรับว่าปัญหาของความขัดแย้งนั้นมีอยู่และความต้องการที่จะจัดการความขัดแย้งด้วยกระบวนการที่เกิดขึ้นจะเป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่สุดของการก้าวข้ามปัญหาและก้าวเดินไปสู่เป้าหมายของกระบวนการ

และที่สำคัญที่สุดของความคิดและมุมมองของประชาชนต่อกระบวนการปรองดองนี้ก็คือ การยอมรับว่าจุดสิ้นสุดของกระบวนการที่จะนำไปสู่ความปรองดองและสมานฉันท์อย่างแท้จริงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น แต่เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาอย่างยาวนาน

เช่นในกรณีของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไอร์แลนด์เหนือที่กระบวนการการปรองดองอย่างเป็นทางการได้สิ้นสุดลงมาเกือบสิบกว่าปี แต่หากใครได้ไปประเทศไอร์แลนด์เหนือก็จะเห็นว่าการจัดการกับความรู้สึกและความปรองดองของคนในประเทศนั้นยังคงดำเนินอยู่ให้เห็นในตลอดการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์บนผนังกำแพงของอาคารบ้านเรือนหรือการหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตให้ผู้ผ่านมาเยือนฟังก็เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการกับความรู้สึกต่อความขัดแย้งและการปรองดองที่เกิดขึ้น

และสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นทางการของกระบวนการการปรองดองที่ชัดเจนที่สุดของประเทศไอร์แลนด์เหนือคือ การยังคงปล่อยให้กำแพงใหญ่ที่สร้างขึ้น เพื่อป้องกันและแบ่งฝั่งของคู่ขัดแย้งในประเทศไม่ให้ข้ามมาก่อวินาศกรรมระหว่างกันยังคงอยู่ แต่การปล่อยให้กำแพงนี้ไว้ซึ่งปัจจุบันถูกเรียกว่า กำแพงสันติภาพ (Peace Wall) ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อย้ำความขัดแย้งระหว่างกัน แต่หากมีไว้เพื่อให้ระลึกถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและเพื่อมองถึงอนาคตของความปรองดองที่จะมีร่วมกัน

เมื่อกระบวนการการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ได้เกิดขึ้นอีกครั้งในสังคมไทย ความไม่เข้าใจต่อกระบวนการและความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่เข้าข้างและเลือกฝ่ายไม่อาจจะนำไปสู่ความปรองดองได้ แต่หากสังคมและคนในสังคมได้ทำความเข้าใจกับกระบวนการและการเตรียมรับผลลัพธ์จากกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างไม่เลือกฝ่าย ดูว่าความหวังของการเกิดความปรองดองในประเทศก็ไม่น่าจะเกินจริงแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง