posttoday
ตร.เผยไม่ได้นัดหมาย "เบนซ์เรซซิ่ง" เข้าให้ปากคำ-ยื่นเอกสารเพิ่ม

ตร.เผยไม่ได้นัดหมาย "เบนซ์เรซซิ่ง" เข้าให้ปากคำ-ยื่นเอกสารเพิ่ม

15 กุมภาพันธ์ 2560

ตำรวจเผยไม่ได้นัดหมายให้ เบนซ์ เรซซิ่ง เข้าให้ปากคำ-ยื่นเอกสารเพิ่ม ตั้งข้อสงสัยรายได้ไม่สอดคล้องกับฐานะการเงิน

ตำรวจเผยไม่ได้นัดหมายให้ เบนซ์ เรซซิ่ง เข้าให้ปากคำ-ยื่นเอกสารเพิ่ม ตั้งข้อสงสัยรายได้ไม่สอดคล้องกับฐานะการเงิน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ โฆษกกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) กล่าวว่า นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนตั้งเเต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ แล้ว เหลือเพียงเอกสารบางส่วน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนไม่ได้นัดหมายให้นายอัครกิตติ์เข้าให้ปากคำ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแต่อย่างใด

"นายเบนซ์ต้องการเข้าชี้แจงหรือให้เอกสารเพิ่มเติมหรือไม่ ก็เป็นสิทธิของนายเบนซ์ ส่วนในวันนี้มีการติดต่อจากแม่เของนายบนซ์ว่าจะมีการนำเอกสารเข้ามาเวลา14.00น.นั้นล่าสุดได้รับการติดต่อกลับมาว่าติดธุระจึงไม่ได้เข้ามา และในวันพรุ่งนี้ที่มีกระแสข่าวมาว่านายเบนซ์จะเดินทางเข้ามานั้นก็ยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด"พล.ต.ต.สุนทรกล่าว

อย่างไรก็ตามขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน หากพบการกระทำผิดก็จะทำการหมายเรียกเพื่อเข้าให้ปากคำ รวมทั้งต้องรอเอกสารธุรกรรมทางการเงินอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานต่างๆเพื่อนำมาสรุปสำนวนก่อนนำเรื่องไปประมวลให้กับทางคณะทำงานดำเนินการต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) และ เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  (ปปง.) ได้ยึดทรัพย์สินของนายบอยแล้ว 12รายการ รวมมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท  ซึ่งในทรัพย์สินดังกล่าวนั้นมีรถยี่ห้อแลมโบกินี สีเทา-ดำ  ทะเบียน กจ51 กทม. และจักรยานยนต์ยี่ห้อเคทีเอ็ม สีส้ม ซึ่งมีชื่อนายอัครกิตติ์ เป็นผู้ถือครองรวมอยู่ด้วย การยึดดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งการยึดทรัพย์ของ ป.ป.ส. ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะต้องนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินภายใน90วัน หากไม่เช่นนั้นทรัพย์สินทั้งหมดจะเข้าสู่กะบวนการอายัดทรัพย์และขายทอดตลาดตามขั้นตอน

จากการตรวจสอบพบอีกว่ารถแลมโบกินีคันดังกล่าวถูกนำเข้าและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ที่ถือครองครั้งแรกเป็นชาวสงขลา ก่อนที่จะขายต่อให้เต็นท์ตำหน่ายรถมือสอง 2 แห่ง จากนั้น นายอัครกิตติ์ ได้ทำสัญญาซื้อขายรถคันดังกล่าว โดยมีการให้สินเชื่อโดยสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ชุดสืบสวนพบข้อมูลว่า ธุรกิจร้านแต่งรถและอาชีพนักแข่งรถมีรายได้ไม่สอดคล้องกับฐานะการเงินของนายอัครกิตติ์ และอัตราค่าผ่อนชำระรถหรูที่นายอัครกิตติ์ครอบครอง ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว