
ชินวรณ์เสนอครม.ตั้งศธ.เจ้าภาพแก้เด็กตีกัน
ชินวรณ์เสนอครม.7ก.ย.ตั้งศธ.เป็นเจ้าภาพแก้เด็กตีกันดึงหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วม เล็งกำหนดบทลงโทษให้เฉียบขาด
ชินวรณ์เสนอครม.7ก.ย.ตั้งศธ.เป็นเจ้าภาพแก้เด็กตีกันดึงหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วม เล็งกำหนดบทลงโทษให้เฉียบขาด
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ก.ย.นี้ ศธ. จะรายงานปัญหานักเรียนอาชีวะก่อเหตุทะเลาะวิวาทพร้อมแนวทางป้องกันให้ที่ประชุมได้รับทราบ โดยจะเสนอให้ครม.อนุมัติตั้ง ศธ. เป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะร่วมมือกับ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง ในการกำหนดแนวทางแก้ไขและบทลงโทษต่างๆให้เฉียบขาด รวมทั้งจะมีการเปิดสายด่วนรับฟังความเห็นจากประชาชนในการแก้ไขปัญหาด้วย
นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้หน่วยงานในกำกับศธ. เพิ่มมาตรการเข้มงวดในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุ แล้ว
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา 7 สถาบันอาชีวะในกลุ่มเขตกรุงเทพฯตะวันออก ได้แก่ วิทยาลัยเทนิคมีนบุรี , โรงเรียนมีนบุรีโปลีเทนิค , วิทยาลัยเทนิคกาญจนภิเษกมหานคร , วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก , โรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ , โรงเรียนเทคโนโลยีดุสิต และโรงเรียนเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ เพื่อทำความสะอาดบริเวณวัด และมัสยิด และร่วมกันปลูกต้นไม้ เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาอาชีวะ ได้แสดงพลังในทางสร้างสรรค์ และเชื่อมความสามัคคีระหว่างสถาบัน
ทั้งนี้ก่อนการเริ่มกิจกรรม ได้ให้ตัวแทนนักศึกษาของแต่ละสถาบัน สถาบันละ 50 คน ได้เคารพศพเด็กชายจตุพร ผลผกา อายุ 9 ปี ที่ตั้งบำเพ็ญกุศาอยู่ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ถนนเสรีไทย เขตมีนบุรี
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการดังกล่าว เป็นผลมาจากที่มีปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงของนักเรียนช่างกล และยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน และมาถึงจุดที่ประชาชนหลายคนยอมรับไม่ได้ ก็มาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่เด็กชายจตุพร ถูกลูกหลงจากเหตุการณ์ความขัดแย้งนี้
ด้วยความห่วงใยกทม.จึงเชิญหลายฝ่าย มาร่วมประชุมหาทางออก ทั้งเชิญสถาบันการศึกษา และสน.ในพื้นที่มาประชุม ซึ่งได้ข้อสรุปที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของนักศึกษาให้มีการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ร่วมกัน
"สิ่งที่ต้องทำ คือ ให้เด็กเหล่านี้เข้าใจถึงวิถีชีวิตเดิมที่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรง และเปลี่ยนเป็นวิถีชีวิตที่สร้างสรรค์ หากไม่เปลี่ยนแปลงจะเป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาตนเอง เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า เสียโอกาสที่จะทำตนเองให้เป็นพลเมืองที่ดี"ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าว







