
ทุนต่างชาติแห่จับบอนด์ไทย-เกาหลีใต้
กูรูชี้ไทยและเกาหลีใต้ดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติเข้าตลาดตราสารหนี้มากที่สุดปี 2560
กูรูชี้ไทยและเกาหลีใต้ดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติเข้าตลาดตราสารหนี้มากที่สุดปี 2560
บลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติหันไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของไทยมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556 อยู่ที่ 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.69 หมื่นล้านบาท) ในช่วงปี 2560 โดยมองว่าไทยสามารถรองรับผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และแนวโน้มค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าได้ในปีนี้ เนื่องจากมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมาก และมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ
รายงานระบุว่า การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยอยู่ที่ 12% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 3 ของปี 2016 ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.29 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ สูงกว่าทุนสำรองของมาเลเซียและฟิลิปปินส์รวมกัน ด้านอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.6% ในเดือน ม.ค. ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่
อย่างไรก็ดี นอกจากไทยแล้วเกาหลีใต้เป็นอีกประเทศในเอเชียที่ดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากที่สุด อยู่ที่ 3,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.25 แสนล้านบาท) ในปี 2560 แม้เกาหลีใต้และไทยเป็น 2 ประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ต่ำกว่า 3%
“ตลาดตราสารหนี้ของไทยและเกาหลีใต้มีความน่าสนใจมากที่สุด จากทิศทางค่าเงินที่แข็งแกร่ง อันเนื่องมาจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง” จุน คาโตะ ผู้จัดการกองทุนอาวุโส ของบริษัทหลักทรัพย์ชินกิน แอสเซ็ต แมเนจเมนท์ ในญี่ปุ่น กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาค่าเงินวอนปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยแข็งค่าขึ้น 5.1% เมื่อเทียบเหรียญสหรัฐ ตามด้วยค่าเงินเหรียญไต้หวันและค่าเงินบาท ที่ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 4.1% และ 2.1% ตามลำดับ







