posttoday

เสริมทีมปรองดอง สลัดภาพทหาร ฟื้นความน่าเชื่อถือ

14 กุมภาพันธ์ 2560

เส้นทาง “ปรองดอง” ชัดเจนขึ้นอีกขั้นเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมการสร้างความปรองดอง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เส้นทาง “ปรองดอง” ชัดเจนขึ้นอีกขั้นเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมการสร้างความปรองดอง ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาทำงาน 4 ชุด ที่จะทำให้กระบวนการทำงานชัดเจนและรวดเร็วขึ้น

ทั้ง 4 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.สส. เป็นประธาน

3.คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธาน และ 4.คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน

ทั้งหมดคู่ขนานไปกับการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่เป็นร่มใหญ่ควบคุมดูแลทิศทางการทำงานทั้งหมด 

ปมใหญ่ยังอยู่ที่ “นิรโทษกรรม” ที่แต่ละฝ่ายยังเห็นไม่ตรงกัน จนไม่อาจทำให้เส้นทางปรองดองเดินหน้าต่อไปได้ตามมาตรการที่วางไว้ 

สัญญาณที่ผ่านมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ การปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามกระบวนการ แม้จะมีเสียงรบเร้าต้องการให้เกิดการนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย

ปมถัดมาที่ทำให้เส้นทางปรองดองยังไม่คืบหน้านั้น เป็นเพราะ “เจ้าภาพ” ที่เข้ามาจัดการเรื่องนี้ยังผูกขาดหรือควบคุมทิศทางโดย คสช.เป็นหลัก จนเกิดความหวาดระแวงว่าไม่อาจจะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมได้จริง

ที่ผ่านมาจึงเห็นความพยายามของ คสช.ที่จะสลายภาพนี้ ด้วยการดึงเอาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเข้ามาร่วมนั่งเป็นกรรมการเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และไม่ใช่เรื่องของการบังคับจาก คสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ

ตั้งแต่ตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีการดึงคนนอก อาทิ ปณิธาน วัฒนายากร สุจิต บุญบงการ สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ และ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มาเสริมทีม

แต่ที่ต้องจับตาคือในส่วนของอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาทั้ง 4 ชุดนั้น มี 2 ชุดที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่น คือ คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ซึ่งมีความสำคัญตรงที่ต้องไปรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากคู่ขัดแย้ง การให้ ผบ.สส.มาเป็นประธาน ย่อมอาจถูกครหาหรือตั้งแง่จากคู่ขัดแย้ง

ทำให้ต้องมีการดึงผู้ทรงคุณวุฒิมาเสริมทีม อาทิ ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ถวิลวดี บุรีกุล อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ อดีต สว.ลพบุรี

ทองอินทร์ วงศ์โสธร อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สุภางค์ จันทวานิช อดีตผู้อํานวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุลชีพ ชินวรรโณ อาจารย์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตระกูล มีชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปาริชาต สถาปิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อีกชุดคือคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษถึงขั้นวางตัว ผบ.ทบ.มานั่งเป็นประธาน เพราะต้องเป็นคณะที่ทำหน้าที่สรุปจัดทำข้อเสนอและแนวทางการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น

ทำให้จำเป็นต้องดึงบุคลากรที่มีความน่าเชื่อถือมาร่วมทีม อาทิ สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นันทวัฒน์ บรมานันท์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มาร่วมเป็นที่ปรึกษา

รวมไปถึงผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 9 คน อาทิ ศุภชัย ยาวะประภาษ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรเจิด สิงคะเนติ อดีตผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยธนวรรธน์ พลวิชัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จรัญ มะลูลีม อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อมราพงศาพิชญ์ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จะเห็นว่าแต่ละคนที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ในคณะอนุกรรมการทั้งสองชุดนี้ ล้วนแต่เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในหลากหลายด้าน ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงแค่ด้านการเมือง กฎหมาย หรือรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีทั้งด้านสิทธิมนุษยชน และเศรษฐกิจ ที่จะทำให้มิติการทำงานหลากหลายและรอบด้าน

รวมทั้งหลายคนล้วนแต่เคยนั่งทำงานอยู่ในคณะกรรมการปรองดองก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดความเชื่อมโยงและการเดินหน้าทำงานขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญที่สุดนี่จะทำให้กระบวนการทำงานด้านความปรองดองเป็นที่ยอมรับจากทั้งคู่ขัดแย้งและจากสังคม ว่ากระบวนการทุกอย่างมีหลักการ เป็นกลาง และมีความน่าเชื่อถือไม่ใช่แค่การทุบโต๊ะของ คสช.เท่านั้น

ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร การขับเคลื่อนสร้างความปรองดองจะเดินหน้าไปถึงเป้าหมายได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยกระบวนการรอบนี้ก็ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญและมีความเป็นไปได้มากกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

Musk ประกาศ SpaceX ปรับยุทธศาสตร์ สร้างเมืองพึ่งพาตัวเองได้เองบนดวงจันทร์