posttoday
นินทาทรัมป์

นินทาทรัมป์

27 มกราคม 2560

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

คนนั่งชมพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์อยู่หน้าจอ ร้องขึ้นอย่างขัดใจหลังฟังสุนทรพจน์เขาจบว่าไม่ชอบประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่นี่เลย อีกคนที่ดูอยู่ด้วยกันถามถึงเหตุผลว่าทำไมไม่ชอบ บทสนทนานินทาทรัมป์จึงเริ่มขึ้นตอนนั้นเอง

คนไม่ชอบทรัมป์ ตอบว่า “เคยเห็นบทสัมภาษณ์ทรัมป์ที่ บ็อบ วู้ดเวิร์ด ถามเขาไหม มันแสดงว่าทรัมป์ไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกานะ อย่าว่าถึงประวัติศาสตร์โลกเลย วู้ดเวิร์ด ขอให้ทรัมป์แสดงความเห็นเปรียบเทียบประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันที่ต่างกันสุดขั้ว 2 คน คือลินคอล์นกับนิกสัน ว่าทั้งสองทิ้งแบบอย่างแบบไหนให้แก่พรรค ให้แก่ประเทศ ทรัมป์ถึงกับดำน้ำตอบเลย ฟังแล้วกลุ้มใจแทนรีพับลิกันและคนอเมริกันจริงๆ”

“ไปว่าเขาไม่รู้ประวัติศาสตร์ ไม่รู้แล้วเสียหายตรงไหน”

“อ้าว คนจะเป็นผู้นำประเทศต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ถ้าไม่ตระหนักเรื่องราวและความหมายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตบ้างเลย มันจะใช้ได้ที่ไหน จะมากจะน้อยก็ควรต้องรู้พื้นฐานรากเหง้าความเป็นมาของตัวเองบ้าง”

“คนรู้ประวัติศาสตร์ดี ก็ใช่ว่าจะใช้ความรู้ประวัติศาสตร์เป็น ไม่เคยได้ยินหรือที่เขาว่า ผู้นำโลกที่ผ่านๆ มาส่วนใหญ่ ‘learn from history to make the opposite mistakes.’ กันทั้งนั้น หรือถ้าเป็นทหารก็ต้องบอกว่าชอบแต่จะ fight the last war กันจัง ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่าเงื่อนไขเดิมมันไม่เหลือแล้ว สถานการณ์ใหม่สมรภูมิใหม่ที่จะต้องสู้ต้องแข่งขันมันไม่เหมือนเดิม ใครๆ ก็เห็นมาพักใหญ่แล้วว่าบทบาทระดับโลกของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นทุนหรือทหาร มันไม่มีฉันทามติภายในสังคมอเมริกันรองรับเหมือนตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกต่อไป ยิ่งมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำอีก สวัสดิการสังคมของอเมริกันก็แย่กว่าใครเขาหมดเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วด้วยกัน จะบอกว่าโลกาภิวัตน์หรือจะเรียกว่าเสรีนิยมใหม่ที่สหรัฐส่งเสริมไปทั่วโลกมันย้อนกลับมาทำลายฉันทามติที่เคยมีก็ได้ ในแง่นี้ทีมทรัมป์จับกระแสอารมณ์ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงในสังคมอเมริกันได้ดีกว่าทีมฮิลลารีนะ จะว่าเขาไม่รู้จักสังคมอเมริกันไม่ได้”

“นี่แหละ จึงนึกเสียดายคุณปู่แซนเดอร์สไม่หาย นโยบายแต่ละอย่างของทรัมป์ล้วนแต่สุดกู่ทั้งนั้น และถ้าเขาทำอย่างที่บอกไว้ตอนหาเสียง ก็จะทำลายไม่เพียงภารกิจระดับโลกที่สร้างภาวะการนำให้แก่สหรัฐ แต่จะยังทำลายระบบพันธมิตรที่เคยเป็นหลักประกันเสถียรภาพระหว่างประเทศ ทำลายการค้าเสรี และทำลายคุณค่าเสรีนิยมที่อเมริกันยึดถือเป็นค่านิยมหลักตลอดมา ถ้าเป็นอย่างนี้ ที่เธอว่าโลกไม่เหมือนเดิมมาตั้งนาน ตานี้แหละ ก็จะได้ทรัมป์ที่จะเป็นคนมาเปลี่ยนเกม และเปลี่ยนระเบียบระหว่างประเทศไปด้วย แต่น่าจะยิ่งทำให้ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งในและนอกสหรัฐเลวร้ายลงมากกว่าจะดีขึ้น”

“เลวร้ายลงไหมไม่แน่ใจ ส่วนปั่นป่วนคงปั่นป่วนแน่ แต่เวลานี้องค์กรโลกาภิบาลอย่างยูเอ็นหรือ ดับเบิ้ลยูทีโอ ที่เป็นกลไกทำงานของระเบียบระหว่างประเทศก็ไล่ตามปัญหาและความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ได้กระท่อนกระแท่นเต็มที อ่านข่าวเลขาธิการยูเอ็นคนใหม่ตอนรับตำแหน่งไหม เรื่องแรกที่เขาประกาศให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นรู้ไหมเรื่องอะไร เรื่องความเสมอภาคทางเพศในระบบบริหารงานบุคคลภายในยูเอ็น พูดได้แค่นั้นเอง สถานการณ์แบบที่มหาอำนาจยังเลือกรักษาสถานภาพเดิมไว้อยู่ การจะปรับจะปฏิรูปหรือจะโละทิ้งแล้วแทนที่ด้วยกลไกใหม่ๆ อาณัติใหม่ๆ ทำได้ยาก เคยมีเคยทำมาอย่างไรก็ทำกันต่อไป ใช้เวลาและใช้ทรัพยากรมากทั้งที่รู้ว่ามันไม่ค่อยมีสัมฤทธิผลอะไรให้จับต้องได้ ได้คนอย่างทรัมป์มาเขย่าเสียบ้าง มันอาจสร้างแรงกระเพื่อมให้ฝ่ายต่างๆ เกิดเจตจำนงที่จะมาร่วมมือกันปรับการทำงานของกลไกรักษาระเบียบระหว่างประเทศ และปรับตัวหลักการของระเบียบเองให้เข้าสู่จุดดุลยภาพใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเก่าก็ได้ มันจะได้ทำงานตอบโจทย์ภายใต้เงื่อนไขใหม่ๆ ดีขึ้น”

“พวกนักวิชาการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทุกค่ายก็จ้องจะพิสูจน์ทฤษฎีของแต่ละสำนักอยู่เหมือนกันว่า ถ้าสหรัฐไม่เล่นบทบาทเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นเคยทำมาตลอดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว เลิกเป็นลุงแซมที่บริการสาธารณประโยชน์ด้านความมั่นคงแบบให้เปล่า เลิกเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจและระเบียบระหว่างประเทศเสรีนิยม เลิกพันธกรณีต่างๆ ที่เคยให้ไว้กับพันธมิตรและคู่สัญญา หรือต้องมาเปิดเจรจาใหม่อย่างนาฟต้า บรรดารัฐต่างๆ จะยังคงร่วมมือกันต่อไปอย่างที่เคยเป็นมาเหมือนตอนสหรัฐยังคงทำหน้าที่ได้ไหม หรืออีกแบบหนึ่ง ถ้าทรัมป์ไม่เพียงแต่คิด แต่ลงมือเปลี่ยนแนวโยบายต่อจีนจากที่เคยดำเนินมานับตั้งแต่นิกสันไปในทางตรงข้าม เช่น หันกลับไปติดต่อทางการทูตกับไต้หวัน อะไรจะเกิดขึ้น และประเทศที่เคยเป็นมิตรโดยไม่ต้องเลือกฝ่ายกับทั้งสหรัฐและกับจีน จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องถูกผลักให้เลือกข้างไหม และจะเลือกข้างไหน มันคงยุ่งพิลึก”

“ดี ตื่นเต้นดี เดี๋ยวต้องเปิดปฏิทินโหรดูหน่อยแล้วว่าปีนี้นางสงกรานต์เสพวิกฤตเป็นภักษาหารหรือเปล่า”

“ที่แย่อีกอย่าง คือ คำพูดจาของทรัมป์ ประทุษวาจาของเขาจะปลุกกระแสในสังคมอเมริกันที่เป็นด้านมืดขึ้นมาอีกเยอะ คอยดูนะถ้าเขายังพูดจาแบบที่ผ่านมาตอนหาเสียง”

“ไม่คิดบ้างล่ะว่าเขากำลังแสดงบทบาท”

“บทที่ผู้นำขวาจัดแสดงนั้นน่ะ ไม่ว่าที่ไหน มาตะเภาเดียวกันทั้งนั้น คือ ใช้ความระแวงความกลัวคนนอกหรือภัยจากภายนอกมาเลี้ยงกระแสมวลชนของตัวเอง แล้วตัวเองก็เต้นไปตามกระแสนั้น”

“ถ้าอย่างนั้น ปรากฏการณ์ของทรัมป์และที่จะเกิดจากทรัมป์คงไม่ใช่แค่สิ่งที่จะมาพิสูจน์ทฤษฎีวิชาการเท่านั้น แต่คือบทพิสูจน์สังคมอเมริกันทั้งหมดว่ายังคงเป็น The last best hope of earth อย่างที่ลินคอล์นเชื่อหรือไม่ อีกไม่นานเราก็จะได้รู้คำตอบ"

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค