
จับแก๊งค้ายาบ้ารายใหญ่ภาคใต้ยึด6.4แสนเม็ดมูลค่า70ล้านบาท
จับเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วมขนยาเสพติด ยึดของกลาง 6 แสนกว่าเม็ด มูลค่าเกือบ 70 ล้าน
จับเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วมขนยาเสพติด ยึดของกลาง 6 แสนกว่าเม็ด มูลค่าเกือบ 70 ล้าน
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ. ยะลา นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน รรท.ผบช.ศชต. พร้อมด้วย พลตรี นิพนธ์ รองสวัสดิ์ เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค.4 ส่วนหน้า และสำนักงาน ป.ป.ส. แถลงข่าวจับกุม ผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมยาบ้าจำนวน 648,000 เม็ด มูลค่า 70 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.สงขลา ขณะฉวยโอกาสลักลอกขนยาช่วงน้ำท่วมเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
สำหรับเครือข่ายยาเสพติดรายนี้นี้ เป็นเครือข่ายรายสำคัญในภาคใต้ โดยจะร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประเทศไทยทางจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ เพื่อส่งจำหน่ายให้เครือข่ายในพื้นที่ภาคใต้ และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้เส้นทางหลวงสายหลักในการลำเลียง กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ของกลางได้เข้าสู่จังหวัดสงขลา จึงเข้าจับกุม ได้ตัวผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายกมล หรือนะ สุภูศรี อายุ 54 ปี พร้อมยาบ้าจำนวน 648,000 เม็ด , รถยนต์บรรทุกหัวลาก 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย สำหรับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน รรท.ผบช.ศชต.กล่าวว่า ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีนโยบายมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ และนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 ในการแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อนในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้กำหนดให้บูรณการกำลังหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในชุมชนแพร่ระบาด และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในเส้นทางที่ผู้กระทำผิดใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยได้ทำการเปิดปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2560 เป็นต้นมา และนโยบายของผู้บัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ในด้านการปราบปรามยาเสพติดโดยให้ดำเนินการต่อเป้าผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เน้นการขยายผลการจับกุมเครือข่าย และการนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด







