
ปฏิรูปการศึกษา?...อะไรควรทำเป็นอย่างแรก
โดย...ศ.ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์
โดย...ศ.ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์
เดือน ม.ค.นี้เป็นเดือนแห่งการศึกษา เนื่องจากเป็นเดือนที่มีทั้งวันเด็กและวันครู ซึ่งต่างเป็นกลุ่มประชากรที่กำลังประสบความทุกข์กับการศึกษาของประเทศ มีคนมักเปรียบเปรยว่า “ปัญหาการศึกษาไทยเหมือนกับคนตาบอดคลำช้าง” ซึ่งหมายถึง “คนที่รู้อะไรด้านเดียวหรือนัยเดียวแล้วเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้น” การศึกษาก็เช่นกัน ใครอยู่ตรงไหน รับผิดชอบตรงไหน ก็มองว่าตรงนั้นเป็นปัญหา แต่ลืมไปว่าการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับคนหลายคนและกลุ่ม การจะนำการตัดสินใจของคนคนเดียวมาใช้นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ยกตัวอย่างเช่น ในมุมมองของรัฐบาลแบบหอคอยงาช้าง อาจมองว่าปัญหาการศึกษาเกิดขึ้นจากปัญหาเชิงโครงสร้างในกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งความเชื่อนี้ก็จะทำให้รัฐบาลไปให้ความสำคัญกับการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ยุบหน่วยงานเดิม ในมุมมองของบางคนอาจจะมองว่าปัญหาการศึกษาเกิดจากการมีครูที่ไม่มีคุณภาพมาสอน คนเก่งไม่เลือกที่จะมาประกอบอาชีพครู ทางแก้ไขก็จะไปเน้นกับการเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการของครู เพื่อหวังว่าจะเป็นการดึงดูดให้คนเก่งๆ ออกมาเป็นครูมากขึ้น หรือบางคนอาจจะบอกว่าปัญหาการศึกษาเกิดจากเด็กไม่สามารถคิดวิเคราะห์เป็น เป็นต้น
ด้วยปัญหาการศึกษาที่มีอยู่ได้มีข้อสรุปจากหลายภาคส่วนว่า การศึกษาไทยจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น
1.การปฏิรูปหลักสูตรให้สอนเด็กให้เก่งไม่เฉพาะในตำรา แต่ต้องเก่งในการใช้ชีวิต สามารถประยุกต์เนื้อหาที่เรียนไปในการประกอบอาชีพหรือดำรงชีพในชีวิตประจำวัน
2.ปฏิรูปวิธีการเรียนการสอน เพื่อปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนที่เน้นท่องจำที่มีครูเป็นศูนย์กลาง ไปเป็นการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการในการคิดวิเคราะห์ ใช้ความคิดสร้างสรรค์
ไม่ปิดกรอบ
3.ปฏิรูปครูผู้สอน เพื่อให้ครูเป็นผู้มีความรู้ความสามารถจริง เป็นพ่อแม่คนที่สองแก่เด็ก และสามารถดำเนินการสอนโดยปรับเปลี่ยนจากครูเป็นศูนย์กลางไปสู่การที่เด็กเป็นศูนย์กลาง
4.ปฏิรูปวิธีการประเมินผล โดยควรให้ความสำคัญกับการสอบลดลง เพราะการวัดด้วยการสอบแต่เพียงอย่างเดียวจะส่งผลทำให้เกิดการบั่นทอนความคิดสร้างสรรค์
ผมขอถามคำถามง่ายๆ ครับ (โดยตั้งคำถามแบบ O-NET Style) ภายใต้แนวคิดการปฏิรูปทั้ง 4 ด้านนี้ ถ้าจะต้องเลือกทำควรทำข้อใดก่อน??
ก. ปฏิรูปหลักสูตร
ข. ปฏิรูปวิธีการเรียนการสอน
ค. ปฏิรูปครูผู้สอน
ง. ปฏิรูปวิธีการประเมินผล
ไม่มีถูกทุกข้อนะครับ อย่างที่บอก ข้อสอบนี้เป็นแบบสไตล์ O-NET ต้องตอบให้ตรงใจผู้ถาม
ถ้าได้คำตอบแล้ว ค่อยดูเฉลยต่อไป
เฉลย - ข้อ ง. เราต้องปฏิรูปการประเมินผลเสียใหม่ คนในแวดวงการศึกษาไปดูงานประเทศฟินแลนด์กันกี่รอบแล้ว ไปดูที่ญี่ปุ่นกันกี่ครั้ง มีประเทศไหนที่พัฒนาแล้วเขาประเมินผลเด็กด้วยการสอบกันบ้าง (โดยเฉพาะการสอบแบบประเภทท่องจำแบบบ้านเรา) จนล่าสุดประเทศสิงคโปร์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เพิ่งประกาศออกมาว่าจะให้ความสำคัญกับการใช้คะแนนสอบลดลง เพราะการสอบมากๆ นอกจากจะเป็นการสร้างความเครียดให้กับเด็กและครอบครัวแล้ว ยังเป็นการบั่นทอนความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก และยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเบ่งบานขึ้น
แนวทางเดียวในการปฏิรูปการศึกษาที่ผมคิดออกก็คือ ผู้มีอำนาจต้องประกาศ (อาจจะใช้ ม.44 ไปเลย) ว่าให้ยกเลิกการสอบสำหรับเด็กประถมศึกษา (หรืออย่างน้อยให้ความสำคัญกับการสอบลดลง) เด็กวัยนี้ให้เขาสนุก ให้เขารักการเรียน เอาเวลาที่เหลือไปเล่น หรือไปทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาของแต่ละคน แต่การสอบ ที่ไร้ประโยชน์ทำให้เด็กไทยเกลียดการเรียน เครียด ขาดโอกาสในการเอาเวลามามีความสุขกับครอบครัว หรือไปพัฒนาในด้านอื่นๆ
ถ้ามีการเปรียบเปลี่ยนวิธีการประเมินผล อย่างเช่น การสอบไปเป็นการประเมินแบบอื่นๆ แล้ว เราจะสามารถปฏิรูปหลักสูตรได้ เป็นหลักสูตรที่สร้างสรรค์ ไม่เรียนแบบท่องจำ และไม่สร้างความเครียด เราจะสามารถปฏิรูปรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ๆ ได้ ไม่ใช่เรียนแล้วสอบ แต่เรียนแล้วพัฒนา และเราจะสามารถปฏิรูปครูผู้สอนได้ จากครูนักสอนและสอบๆ เป็นสอนและพัฒนา
ดังนั้น ถ้าระบบการศึกษายังคงวนเวียนอยู่แต่การจับเด็กมาสอบๆ ในห้อง โดยที่ข้อสอบนั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขาในอนาคตแม้แต่น้อย หรือการให้การบ้านไปทำที่บ้านที่ยากเกินกว่าความสามารถของเด็ก (ซึ่งสุดท้าย พ่อแม่ก็ทำให้อยู่ดี) สิ่งเดียวที่การศึกษาทิ้งไว้ให้กับประเทศก็คือ การทำร้ายเด็กด้วยการสอบและการบ้านแบบนี้ และเราจะไม่สามารถไปปฏิรูปในด้านอื่นๆ ที่จำเป็นได้เลย
ถ้าโรงเรียนยกเลิกการสอบ ปัญหาโรงเรียนกวดวิชาก็จะหมดไป
ถ้าโรงเรียนยกเลิกการสอบ เด็กก็จะไม่เครียด ไม่ไปโดดตึกหรือผูกคอตายตามข่าว
ถ้าโรงเรียนยกเลิกการสอบ เด็กจะมีเวลามากขึ้น มีความสุขกับครอบครัว และมีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพด้านอื่นๆ พ่อแม่ ไม่กดดันลูก
ถ้าโรงเรียนยกเลิกการสอบ ครูเองก็จะมีความสุข เอาเวลาตรวจข้อสอบไปคิดพัฒนาเด็กด้านอื่นๆ
ถ้าโรงเรียนยกเลิกการสอบ โดยสรุปทุกคนจะได้ประโยชน์หมด
การสอบคือระบบการศึกษา 1.0 (Education 1.0) เป็นระบบที่ล้าหลังและไม่ทำให้เกิดการพัฒนา ถ้าเด็กโตอย่างเด็กมัธยมหรือมหาวิทยาลัยจะมีการสอบก็มีไป แต่เด็กประถม การสอบคือการบั่นทอนโอกาสในการพัฒนา ดังนั้น อยากแก้ไขปัญหาการศึกษาของประเทศต้องยกเลิกการสอบ สอบ และสอบที่ไร้สาระครับ







