
สังคมโพสต์ทูเดย์
โดย...อสนีบาต [email protected]
โดย...อสนีบาต [email protected]
โพสต์ทูเดย์หนังสือพิมพ์ธุรกิจที่เชื่อถือได้ อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ...
...บรรดานักการเมืองออกมาตั้งปุจฉา” ทำไมเพิ่งหาแนวทางปรองดองกันป่านนี้” แม้จะเป็นแค่เสียงบ่นลอยตามลม แต่น่าใคร่ครวญหาคำตอบ อยู่เหมือนกัน...
...เหตุเพราะรัฐบาล คสช.บริหารประเทศผ่านมาเกือบสามปี มีข้อเสนอหรือรายงานแนวทางสร้างความปรองดอง เกิดขึ้นหลายชุด...
...พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จำมิได้หรือ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตามที่หัวหน้า คสช. ทำคลอดขึ้นมานั่นล่ะท่าน เป็นหนึ่งในหัวขบวนจัดทำข้อเสนอแนวทางการสร้างความปรองดอง...
...เจาะเวลาย้อนหาอดีตในช่วงบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยยุครัฐบาลพลเรือน แสดงความขึงขังแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษารวบรวมแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ทั้งของอาจารย์คณิต ณ นคร ทั้งของสถาบันพระปกเกล้า ...
...ข้อเสนอของแต่ละคณะไม่ได้แตกต่างสักเท่าไหร่ อีกทั้งมิได้ตะบี้ตะบันเสนอให้นิรโทษกรรมแกนนำปลุกปั่นเผาเมือง รวมถึงพวกนักโกงชาติกินเมืองเสียด้วยซ้ำ...
...ตอกย้ำเข้าไปอีก เมื่อกรรมาธิการการเมืองของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกแบบกฎหมายอำนวยความยุติธรรมทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง...
...เนื้อหาสาระเหมือนร่อนตะแกรงข้อเสนอคณะกรรมการหลายๆ คณะออกมาเป็นกฎหมายรองรับการเยียวยาบาดแผลความขัดแย้งในสังคม มุ่งปลดปล่อยผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ซึ่งตกเป็นเหยื่อจากการถูกชักจูงเข้ามาสู่วังวนความรุนแรงแย่งชิงอำนาจทางการเมือง...
...คำถามจึงเกิดขึ้น ทำไมถึงเพิ่งหาแนวทางปรองดอง ทั้งที่มีข้อเสนอวางกองพะเนินบนห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า คำตอบจึงอยู่ที่ผู้มีอำนาจจะกดปุ่มเริ่มกระบวนการปรองดองได้เมื่อไหร่เสียมากกว่า...
...อาการขยับอยากหาแนวทางปรองดองในช่วงโรดแมป คสช.ระยะสุดท้าย ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามุ่งต้องการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความสงบร่มเย็นก่อนเลือกตั้ง...
...อีกนัยต้องการจัดระเบียบคู่ขัดแย้งที่เป็นทั้งนักการเมือง แกนนำมวลชนให้สงบเสงี่ยมเจียมตัวก่อนส่งคืนอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง...
...เป็นเช่นนี้แล้วดูจะเป็นการยึดอำนาจที่เสียของเหลือเกิน จะมีประโยชน์อะไรเล่า ถ้าหากการสร้างความปรองดองเพิ่งกระทำกันอย่างฉุกละหุก เว้นเสียแต่คงต้องมีกลไกหรือถึงขั้นวางกับดักให้ผู้รับมอบอำนาจชุดต่อไปดำเนินการต่ออย่างปฏิเสธไม่ได้... มาถึงนาทีนี้
ก็ต้องบอกได้แค่ “ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”







