posttoday
จะไป SAGA 19

จะไป SAGA 19

22 มกราคม 2560

เราขับรถจากเมือง Ureshino มุ่งหน้าสู่อำเภอเมืองซากะ แต่ไม่ได้นอนในเมืองนะครับ รอบนี้หนีมานอนอยู่นอกเมือง

เราขับรถจากเมือง Ureshino มุ่งหน้าสู่อำเภอเมืองซากะ แต่ไม่ได้นอนในเมืองนะครับ รอบนี้หนีมานอนอยู่นอกเมืองห่างออกมาประมาณครึ่งชั่วโมง ตรงนั้นเป็นแหล่งน้ำแร่เก่าแก่ชื่อ Furuyu Onsen มีโรงแรมและเรียวกังตั้งอยู่หลายแห่ง ทางการท่องเที่ยวซากะจองให้เราพักที่โรงแรม Oncri ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่บนเนินเขาติดกับแนวป่าด้านหลัง ในขณะที่ด้านหน้ามีลำธารไหลผ่าน แต่การเดินทางสะดวกมากเพราะถนนสายหลักวิ่งขนานกับสายน้ำ ขับรถมาไม่มีหลงครับ

จะไป SAGA 19

 

สัมผัสแรกที่ก้าวเข้ามาในโรงแรมคือ ความเรียบหรูสไตล์ Modern Japanese ตามด้วยความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเดินเข้ามาในบ้าน พื้นที่ใช้สอยประกอบด้วยส่วนเช็กอิน ส่วนร้านขายของฝาก พื้นที่สำหรับเด็กเล็ก และห้องอาหารเชื่อมต่อถึงกันโดยไม่ปราศจากผนังกั้น ให้ความรู้สึกกว้างขวางและโปร่งโล่ง ระหว่างรอเช็กอินยังมองออกไปนอกโรงแรมเห็นชุมชนเล็กๆ อยู่อีกฝั่งของลำธารยิ่งรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่มาพักที่นี่ และถ้าหากคุณไม่ได้ขับรถมาเหมือนอย่างเรา ทางโรงแรมเขาก็มีบริการรถรับส่งจากสถานีรถไฟ JR Saga เช่นกัน

กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาพักที่โรงแรมองคุริก็คือ การอบทรายร้อน ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวพรรณและกระตุ้นระบบไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งลดอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องไปไกลถึงอิบุสึกิ อาคารอบทรายก็ปิดมิดชิดไม่ประเจิดประเจ้อ เริ่มจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดยูกาตะ ไม่ได้เปลือยกายล่อนจ้อนเหมือนการแช่น้ำแร่เพื่อป้องกันการสัมผัสผิวโดยตรงจากเม็ดทราย จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่มาขุดหลุมทรายขนาดพอดีตัวให้เราลงไปนอนก่อนที่จะกลบตัวจนเหลือแต่ส่วนหัวให้เราหายใจ แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าการฝังตัวอยู่ใต้ทรายร้อนที่อุดมไปด้วยความชื้นสูง จะเพิ่มน้ำหนักกดทับเราเอาไว้จนทำให้การเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นไปด้วยความลำบาก

จะไป SAGA 19

 

อีกทั้งสัมผัสของทรายร้อนก็ให้ความรู้สึกที่ร้อนกว่าการแช่ออนเซ็นทั้งๆ ที่อุณหภูมิไม่ได้ต่างกันมากนัก ใครที่คิดว่าอดทนกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ขอให้พิจารณาให้ดีก่อนทำกิจกรรม ถ้าท่านชื่นชอบหรือคิดว่าทนได้ เพียง 15 นาทีหลังการหลั่งเหงื่อ ร่างกายก็จะโล่งสบายและตัวเบาอย่างบอกไม่ถูก คนละอารมณ์กับการแช่น้ำแร่เลยครับ แต่หากไม่ถนัดการอบทรายร้อน เขาก็มีออนเซ็นให้แช่ถึง 15 บ่อ ทั้งบ่อเล็กบ่อใหญ่ในร่มและกลางแจ้ง เลือกแช่กันให้สาแก่ใจ หรือถ้าไม่ถนัดโชว์เรือนร่างให้ใครชมก็สามารถไปใช้บริการบ่อแช่ส่วนตัวได้ เขามีเตรียมไว้อีก 3 บ่อ หรือจะแค่เพียงแช่เท้าเขาก็มีบริการด้วยเช่นกัน โซนบ่อน้ำแร่และอบทรายร้อนนั้นแยกตัวออกมาจากอาคารหลักเป็นทางเดินออกมาด้านหลังตั้งประชิดอยู่เชิงเขา เวลาแช่ก็มองเห็นวิวธรรมชาติอยู่รอบตัว ผ่อนทั้งร่างกายและคลายจิตใจไปด้วย ผมมองหน้าต่างลงมา โซนที่ว่านี้เหมือนเป็นที่พักอีกแห่งซึ่งแยกตัวออกมาต่างหากเลย คิดดูเองว่าจะใหญ่ขนาดไหน ลำพังอาคารที่สูบน้ำแร่และเก็บพักน้ำแร่ก็ใหญ่ขนาดบ้านสองหลังเข้าไปแล้วครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่โรงแรมนี้แตกต่างจากที่อื่นคือชุดนอน ถ้าท่านเคยไปพักตามโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นคงจำได้ว่าจะมีชุดยูกาตะเตรียมไว้ให้ในห้อง เอาไว้ใส่ได้ตั้งแต่ลงไปกินข้าว ไปบ่อแช่น้ำแร่และใส่นอน แต่สำหรับที่ Oncri เขาเตรียมชุดนอนเป็นเสื้อและกางเกงที่สวมใส่สบายทำจากผ้าฝ้าย 100% ใส่แล้วรู้สึกอยากล้มตัวนอนโดยพลันเพราะนุ่มละมุนกว่ายูกาตะของที่อื่นๆ มาก ใครใส่แล้วถูกใจอยากเป็นเจ้าของ ก็สามารถซื้อไปครอบครองได้ในราคาสนนชุดละ 2.3 หมื่นเยนเท่านั้น แช่น้ำแร่เสร็จได้เวลาอาหารค่ำพอดี มื้อเย็นของโรงแรมแห่งนี้สามารถเลือกได้ระหว่างอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิหรือจะเลือกเป็นอาหารอิตาเลียน ให้ทางเลือกแบบนี้มีหรือจะพลาด

จะไป SAGA 19

 

ตามทฤษฎีส่วนตัวของผม กล้ามาเปิดห้องอาหารอิตาเลียนกลางป่ากลางเขานี่ถ้าไม่บ้าก็ต้องไม่ธรรมดา อีกทั้งแอบทำการบ้านมาก่อนเลยทราบว่า ที่นี่ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดเมื่อปี 2012 จากเว็บรีวิวร้านอาหารชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Tabelog และพอเดินเข้าไปเห็นห้องอาหารนี่มั่นใจเลยว่าแทงหวยถูก แค่การตกแต่งก็เอาคะแนนไปเต็มสิบเลยครับ โดยเฉพาะเคาน์เตอร์กลางขนาดใหญ่มีพื้นที่ว่างแบบไม่ได้ใช้ประโยชน์เหลือเยอะ สงสัยจนต้องสอบถามเจ้าหน้าที่จึงรู้ว่าพื้นที่ใต้เคาน์เตอร์เป็นห้องเย็นและห้องเก็บของจำพวกจานชามแก้วนั่นเอง ตำแหน่งของเคาน์เตอร์ยังสามารถมองผ่านกระจกใสบานใหญ่เห็นชุมชนที่เชิงเขาได้ มาดูเมนูกันบ้าง จานแรกสลัดผักสดๆ ในท้องถิ่นที่ทั้งกรอบและหวานอร่อย ต่อด้วยพาสต้าผักรวมที่อร่อยมาก ปกติผมไม่ใช่คนรักการกินผักสักเท่าไหร่ แต่จานผักของที่นี่ปรบมือรัวๆ ครับ จานถัดมาปลากะพงแดงเนื้อแน่นราดด้วยซอสที่อร่อยจนแทบอยากเลียจาน พร้อมการแต่งหน้าอาหารออกมาได้สวยหรูดูดี จานหลักเป็นหมูอบที่นุ่มเหลือคณาราดซอสรสเข้มที่เข้ากันดี๊ดี เสิร์ฟคู่กับข้าวผัดและไข่แดงสดโรยด้วยเกลือหิมาลายัน ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Mille Feuille ที่มาพร้อมกับมูสช็อกโกแลตและราสพ์เบอร์รี่ซอส ตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว หลังจากอิ่มท้องสบายพุงแล้ว ก็ขอตัวไปแช่น้ำแร่อีกรอบก่อนจะหลับไปอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง

เช้ารุ่งขึ้นตื่นมาก็อดไม่ได้ที่จะไปแช่น้ำแร่ส่งท้าย วิวยามเช้าสวยงามจับใจไม่แพ้ยามเย็น หมอกที่ค่อยๆ ลอยตัวเหนือเนินเขาฝั่งตรงข้ามตัดกับแสงอาทิตย์ที่เพิ่งสาดลอดแนวไม้ลงมาเป็นภาพที่ประทับใจไปอีกนาน ช่วงที่ผมไปยังเห็นใบไม้เปลี่ยนสีหลงเหลืออยู่บ้าง วิวรอบข้างจึงเป็นวิวหลักล้านอย่างช่วยไม่ได้ แช่น้ำเสร็จก็ลงไปหาข้าวเช้ากิน มื้อเช้าเป็นบุฟเฟ่ต์คุณภาพดีมีให้เลือกทั้งแบบตะวันตก จำพวกขนมปัง พาสต้า ซอสเซจ หรือจะลองอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินอล อย่างนัตโตะ ขิงดอง ผักดอง เต้าหู้ ไข่ม้วน ปลาซาบะย่าง ทานกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ของจังหวัดซากะที่เหนียวนุ่มและซุปมิโสะรสดี อร่อยแบบง่ายๆ แต่อุดมสมบูรณ์มากครับ นั่งกินไปชมวิวไปสบายใจอย่างที่สุดจนอยากจะขออยู่ต่ออีกสัักวัน เป็นโรงแรมที่มาพักแล้วใช้สิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างคุ้มค่ามาก สนนราคาค่าห้องพักตกคืนละประมาณ 2 หมื่นเยนต่อท่าน รวมอาหารค่ำและเช้าเรียบร้อย จะมาเที่ยวซากะ แนะนำให้มาพักที่องคุริ รับรองไม่มีผิดหวังครับ

จะไป SAGA 19

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน