
ผลการวิจัยไข้หวัดนกมหิดล ไทยปลอดเชื้อไม่กลายพันธุ์
โพสต์ทูเดย์
— มหิดล เผยผลการวิจัยไทยปลอดเชื้อไข้หวัดนกต่อเนื่อง 2 ปี ทั้งในคนและสัตว์ศ.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยไข้หวัดนกเรื่อง
“Avian Influenza Surveillance in Thailand : Studies at HumanAnimal Interface” เปิดเผยว่า ได้ศึกษาความเชื่อมโยงในการติดเชื้อไข้หวัดนก หรือ เอช5เอ็น1 ทั้งกรณีติดจากสัตว์สู่สัตว์ จากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คน ต่อเนื่องถึง 4 ปี และจะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.นี้ ผลการศึกษาชี้ว่า ยังไม่พบเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มเติมในช่วง 2 ปีมานี้ ทั้งในคนและสัตว์ หลังจากตรวจพบในคนรายสุดท้ายเมื่อปี 2549 และในสัตว์เมื่อปี 2551รวมทั้งไม่พบการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 หรือการดื้อต่อยาโอเซลทามิเวียร์และซานามิเวียร์ อย่างที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้
ศ.พิไลพันธ์ กล่าวว่า แม้ว่าจะประเทศไทยจะไม่มีการตรวจพบเชื้อในช่วง 23 ปีมานี้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะประเทศโดยรอบยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกอยู่ ซึ่งตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลกยังรายงาน 5 ประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก คือ กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน และอียิปต์ ดังนั้นจำเป็นที่ไทยยังต้องทำการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง
นสพ.ปานเทพ รัตนากร ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังและติดตามโรคจากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่นและสัตว์อพยพ กล่าวว่า จากเดิมที่เคยคิดว่านกปากห่างน่าจะเป็นตัวแพร่เชื้อไข้หวัดนกเข้ามาในประเทศ แต่การวิจัยนี้ชี้ชัดว่านกปากห่างไม่เคยบินอพยพออกนอกประเทศเลย และได้กลายเป็นนกประจำถิ่นในประเทศไปแล้ว เนื่องจากมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะหอยเชอรี่ที่อยู่ตามนาข้าว อีกทั้งหากได้รับเชื้อเอช5เอ็น1 ก็จะตายอย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสได้รับเชื้อ แม้จะได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อยก็ตาม







