
"มาร์ค"แนะอย่าเอาปรองดองเป็นเงื่อนไขก่อนเลือกตั้ง
อภิสิทธิ์ พร้อมให้ข้อมูลปรองดอง คาดพรรคการเมืองลงสัตยาบัณก่อนเลือกตั้ง เชื่อแก้ขัดแย้งไม่ได้ แนะอย่าเอาปรองดองเป็นเงื่อนไขก่อนเลือกตั้ง ค้านแนวคิด สปท.ยุติคดีการเมือง
อภิสิทธิ์ พร้อมให้ข้อมูลปรองดอง คาดพรรคการเมืองลงสัตยาบัณก่อนเลือกตั้ง เชื่อแก้ขัดแย้งไม่ได้ แนะอย่าเอาปรองดองเป็นเงื่อนไขก่อนเลือกตั้ง ค้านแนวคิด สปท.ยุติคดีการเมือง
วันที่ 19 ม.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ยินดีให้ความคิดเห็นในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองกรณีที่ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมหารือกับทุกพรรคการเมืองและฝ่ายต่างๆ เพื่อขอความคิดเกี่ยวกับแนวทางปรองดองจากนั้นกรรมการต้องพิจารณาเพื่อประมวลความเห็นแต่ละฝ่ายเพื่อดำเนินการต่อไป
“ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ไปได้ แต่อย่าปักใจว่าต้องจบลงด้วยวิธีการรูปแบบไหนอย่างไร เช่น ที่พูดว่าจะมีการลงนามร่วมกัน ก็ขออย่ายึดติดตรงนั้น โดยอยากให้ การปรองดองเป็นเรื่องคิดถึงอนาคตมากกว่าอดีต คือ ต้องเรียนรู้จากอดีตเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในอนาคต เพราะความแตกต่างหรือความขัดแย้งไม่มีทางหมดไป ในสังคมที่มีความหลากหลาย แต่ต้องทำให้ความต่างทางความคิดหรือความขัดแย้งไม่นำไปสู่การใช้วิธีนอกกฎหมายหรือความรุนแรง”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องสรุปบทเรียนให้ถูก อย่ามองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือระหว่างพรรคการเมือง เพราะรากฐานความขัดแย้งรอบล่าสุดเกิดจากกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ได้เกิดจากพรรคการเมืองทะเลาะกัน ถ้าสรุปผิดคิดว่าพรรคการเมืองทะเลาะกัน เอามาคุยกันเพื่อให้เลิกราต่อกันแล้วจะไม่มีความขัดแย้งในอนาคต ก็จะหลงทาง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การปรองดองอยากให้มองอนาคต ส่วนเรื่องอดีตก็ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงานไป ยกเว้นคดีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่มาชุมนุมแล้วทำผิดกฎหมายพิเศษ ควรจะนิรโทษกรรมไปเลย ส่วนกรณีอื่นๆ ให้กระบวนการยุติธรรมทำงานไป ซึ่งหากทำเช่นนี้ ก็จะได้ข้อยุติเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ซึ่งจะได้ข้อสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และเป็นการยืนยันว่าการทำผิดกฎหมายหรือใช้ความรุนแรงต้องมีความรับผิดชอบ จากนั้นจะมีช่องทางอภัยโทษอย่างไร ก็มีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว หากรัฐบาลทำด้วยเหตุผลแบบนี้ ก็มีทางที่จะประสบความสำเร็จ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าเนื้อหาในข้อตกลงที่จะให้พรรคการเมืองลงนามนั้นมีรายละเอียดอย่างไร แต่ลำพังมีเอกสารและคนร่วมลงนามคงจะเป็นหลักประกันได้ยาก เพราะคนที่ไปลงนาม จะยืนยันได้อย่างไรว่าประชาชนที่เกี่ยวข้องจะเห็นเหมือนกับตนเอง
“จะเอาเรื่องปรองดองไปผูกว่าต้องทำให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง โดยบอกว่าพรรคการเมืองอยากมีการเลือกตั้งก็ต้องมาจากการลงกันคงไม่ได้ เพราะต้องอยู่กับความถูกต้อง ผมคนนึงถ้าบอกว่า ไม่ตกลงเลือกตั้งไม่ได้ แล้วจะให้ตกลงในสิ่งที่ไม่สมควร ผมก็ตกลงด้วยไม่ได้ จึงต้องว่าด้วยเหตุผล เอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ควรรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง จึงจะนำไปสู่การปรองดองได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะมีแนวทางการศึกษาเดิมที่สรุปและเสนอมาแล้ว แต่บางเรื่องไม่เป็นที่ยอมรับ จึงนำสิ่งเหล่านั้นมาวิเคราะห์และกำหนดหลักการแก้ไข โดยยึดแนวทางที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดว่าจำเป็นที่จะต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอปรองดองของคณะกรรมาธิการ สปท. ด้านการเมือง ที่มีนานเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน ที่มีแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อยุติคดีทางการเมืองนั้น จากการได้คุยกับนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็น สปท. อยู่ด้วย ทราบว่ามี สปท. หลายคนไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ พร้อมย้อนถามว่าจะเป็นนิรโทษกรรม 4.0 หรือไม่ ซึ่งส่วนตัวอยากให้มองไปข้างหน้า อย่ากังวลกับเรื่องในอดีตแล้วคิดว่าจะทำให้บางคนพอใจ เพราะไม่ได้แก้ปัญหาสังคม แต่อาจจะสร้างปัญหาในอนาคต โดยต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม อย่าไปให้น้ำหนักข้อเสนอที่เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่ม







