posttoday
‘บิตคอยน์’ อีกหนึ่งการลงทุน ที่คุณต้องรู้ (จบ)

‘บิตคอยน์’ อีกหนึ่งการลงทุน ที่คุณต้องรู้ (จบ)

18 มกราคม 2560

เมื่อวานนี้ เราได้คุยกันแล้วเกี่ยวกับข้อสรุปเรื่อง “บิตคอยน์” อีกหนึ่งการลงทุน ที่คุณผู้อ่าน...ควรจะรู้ จากงานสัมมนาภาพยนตร์เรื่อง “The Rise and rise of Bitcoin”

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

เมื่อวานนี้ เราได้คุยกันแล้วเกี่ยวกับข้อสรุปเรื่อง “บิตคอยน์” อีกหนึ่งการลงทุน ที่คุณผู้อ่าน...ควรจะรู้ จากงานสัมมนาภาพยนตร์เรื่อง “The Rise and rise of Bitcoin”  โดยชมรมนักลงทุนซีเอสไอ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ธ.ค. 2559  โดยมีข้อสรุปประเด็นสำคัญๆ ของการสัมมนา คือ หนึ่ง  “บิตคอยน์” คืออะไร?  สอง  “บิตคอยน์” มีโอกาสที่จะตายจากไปไหม? และสาม “ราคาบิตคอยน์” ในอนาคตจะเป็นอย่างไร? วันนี้จะคุยกันต่ออีก 3 ประเด็นที่เหลือดังนี้ครับ

สี่ ความน่าเชื่อถือของ “บิตคอยน์”

ในเดือน ก.พ. 2557  เกิดเหตุการณ์ที่บริษัท Mt.Gox บริษัทในกรุงโตเกียวที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่รับแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศปิดเว็บไซต์และหยุดให้บริการแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ โดยมีปัญหามาจากที่เว็บไซต์ของ Mt.Gox ถูกคนใช้คอมพิวเตอร์แฮ็กไปได้ และพบว่าบิตคอยน์ถูกขโมยไปสูงถึง 8.5 แสนบิตคอยน์ คิดเป็นเงินสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านบาททีเดียว เหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของบิตคอยน์ครั้งใหญ่ และหลายต่อหลายคนก็ต่างพากันคิดว่า เงินสกุลดิจิทัล “บิตคอยน์” นั้นสามารถที่จะใช้คอมพิวเตอร์แฮ็กเข้าไปได้และสามารถขโมยไปได้

อันที่จริง “บิตคอยน์” เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน และยังไม่เคยถูกแฮ็กหรือฉ้อโกงไปจากระบบได้เลยนับตั้งแต่วันแรกที่มันปรากฏบนโลกใบนี้ ทุกวันนี้คาดกันว่ามูลค่าเงินของบิตคอยน์ทั้งหมดน่าจะสูงกว่า 5.5 แสนล้านบาท ก็ยังไม่เคยเลยที่บิตคอยน์จะถูกแฮ็กได้แม้แต่ครั้งเดียว

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดที่บริษัท Mt.Gox นั้น พบว่าระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ถูกคนใช้คอมพิวเตอร์แฮ็กเข้าไปในระบบของบริษัทเอง และขโมยเงินบิตคอยน์ไป และยังพบเพิ่มเติมอีกว่าเกิดการฉ้อโกงภายในบริษัทเอง ดังนั้นความน่าเชื่อถือของบิตคอยน์จึงยังมั่นคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2559 ศาลในเขตเซาเทิร์นในมหานครนิวยอร์ก ได้ตัดสินให้บิตคอยน์เป็นเงินที่สามารถใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ หรือทั้งสองอย่างได้จากการแลกเปลี่ยนโดยผ่านบัญชี ดังนั้นบิตคอยน์จึงได้ทำหน้าที่เป็นทรัพยากรทางการเงิน และสามารถใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนได้ และเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงิน

ดังนั้น ความน่าเชื่อถือของ “บิตคอยน์” ในฐานะสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถแลกเปลี่ยน ซื้อสินค้าและบริการได้ จึงยังคงยืนหยัดอยู่ได้

ห้า “บิตคอยน์” ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง?

ในปี 2556 มีห้างร้านหลายบริษัทเริ่มรับเงินบิตคอยน์ในการชำระสินค้า เริ่มจาก WordPress บริษัทที่ผลิตโปรแกรมที่ใช้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากนั้นมาก็เป็นบริษัทขายตั๋วเครื่องบินโรงแรม Expedia
ในเดือน มิ.ย. 2557 และไมโครซอฟท์ ในเดือน ธ.ค. 2557 ตามมาด้วยเดลล์ บริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดังก็เริ่มรับชำระเงินเป็นบิตคอยน์ โดยให้ส่วนลดสูงถึง 10% ในสินค้าบางประเภท

หลังจากนั้น ในสหรัฐอเมริกาก็มีการออก Bitcoin Gift Cards โดยมีการบรรจุเงินบิตคอยน์ลงในการ์ดเหมือนบัตรเดบิต และนำไปชำระสินค้า ซึ่งพบว่ามีร้านค้าจำนวนมากมายที่รับชำระด้วยบัตรประเภทนี้ เช่น Walmart, Amazon, Target และ Nike เป็นต้น 

เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันก็เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ โดยบัตรกิฟต์การ์ดของบริษัท Gift Off ที่ใช้บิตคอยน์บรรจุลงไปในบัตรกิฟต์การ์ดเช่นเดียวกัน ก็นำไปชำระสินค้าได้ที่ Mark & Spencer, American Apparel, Ryan Air และ Amazon เป็นต้น

ในประเทศไทย ทุกวันนี้เราสามารถนำเงินบิตคอยน์ไปเติมเงินในบัตรเงินสดได้ เติมเงินโทรศัพท์มือถือ บัตรทางด่วน จ่ายค่าไฟฟ้า น้ำประปา ค่าโทรศัพท์ และซื้อกิฟต์การ์ดได้มากมาย เช่น iTunes, Google Play Store, Major Cineplex และอีกมากมาย 

หก “บิตคอยน์” อีกหนึ่งการลงทุนที่คุณต้องรู้

“บิตคอยน์ กับแชร์แม่ชม้อย” เคยถูกนักวิชาการพากันกล่าวหาว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดการทุจริตคล้ายๆ “แชร์แม่ชม้อย” (Ponzi Scheme) ศาสตราจารย์ทางกฎหมาย Eric Posner แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ก็เคยกล่าวหาบิตคอยน์ว่าเป็นแชร์แม่ชม้อยประเภทหนึ่ง แต่ทุกวันนี้เสียงกล่าวหาต่างๆ ก็ดูเหมือนจะเงียบหายไป

“บิตคอยน์...ตายแน่”  นิตยสารฟอร์บส์เคยบอกไว้ในเดือน มิ.ย. 2554 ว่า “คราวนี้บิตคอยน์ต้องตายแน่” ตามมาด้วยนิตยสาร Gizmodo ของออสเตรเลีย ในเดือน ส.ค. 2554 และนิตยสาร Wired ในเดือน ธ.ค. 2555 ก็กล่าวว่า “บิตคอยน์...หมดอายุแล้ว” นอกจากนั้นยังมีอีกหลายสื่อมวลชนที่กล่าวหาบิตคอยน์ว่าไปไม่รอดแน่ ไม่ว่าจะเป็น Financial Times, USA Today และ The Telegraph เป็นต้น ปัจจุบันนี้ทุกคำกล่าวหาต่างๆ ก็เงียบหายไปเช่นกัน

ขณะที่เหตุการณ์ร้ายๆ เริ่มผ่านไป ราคาของบิตคอยน์ก็เริ่มฉายแสง แสดงอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ราคาของบิตคอยน์จากระดับต่ำกว่า 400 เหรียญสหรัฐ/1 บิตคอยน์ เมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา วิ่งทะลุผ่าน 900 เหรียญสหรัฐ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

คุณผู้อ่านพอจำได้ไหมครับว่า อัตราแลกเปลี่ยนเริ่มแรกของบิตคอยน์เป็นเท่าไหร่? ที่ผมได้กล่าวถึงเมื่อวานนี้ ใช่แล้วครับ 1,309 บิตคอยน์/ 1 เหรียญสหรัฐ ทุกวันนี้อัตราแลกเปลี่ยนของบิตคอยน์ คือ 1 บิตคอยน์แลกได้ประมาณ 900 เหรียญสหรัฐ ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนของบิตคอยน์ทุกวันนี้จึงได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,309 x 900 = 1,178,100 เท่า นับจากวันแรกๆ ที่มันเริ่มปรากฏบนโลกใบนี้ ซึ่งคงไม่มีใครแน่ใจว่า บิตคอยน์...เงินสกุลดิจิทัลที่ไร้สัญชาตินี้จะสามารถต่อสู้กับเงินสกุลอื่นๆ บนโลกใบนี้ เพื่อยืนหยัดต่อไปได้หรือไม่?

ทำให้นึกถึงคำพูดของ Paul Singer ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชาวอเมริกัน ที่เคยพูดเกี่ยวกับบิตคอยน์ไว้ว่า “There is no more reason to believe that Bitcoin will stand the test of time than that governments will protect the value of government-created money, although Bitcoin is newer, and we always look at babies with hope.”

แปลตามความได้ว่า “ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะเชื่อว่าบิตคอยน์จะสามารถยืนหยัดผ่านการทดสอบของเวลาได้นานกว่าเงินสกุลของแต่ละประเทศที่มีรัฐบาลของประเทศนั้นๆ คอยปกป้องอยู่ ถึงแม้ว่าบิตคอยน์จะเป็นสิ่งใหม่ แต่เราก็จะเฝ้าคอยมองดูเด็กคนนี้ด้วยความหวัง”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ