
ลุ้นนโยบายทรัมป์ดันลงทุนอสังหาฯสหรัฐกำไรพุ่ง
แลนด์ฯ เชื่ออสังหาฯ ให้เช่าในอเมริกาโอกาสทำกำไรสูง หลังนโยบายทรัมป์หนุนสร้างงาน ลดภาษี
แลนด์ฯ เชื่ออสังหาฯ ให้เช่าในอเมริกาโอกาสทำกำไรสูง หลังนโยบายทรัมป์หนุนสร้างงาน ลดภาษี
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ลงทุนในธุรกิจอพาร์ตเมนต์ให้เช่าในสหรัฐ 4 แห่ง จำนวน 900 ห้องพัก มูลค่าการลงทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ที่มีการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะเดียวกันยังมีนโยบายที่จะลดภาษีนิติบุคคลที่เสียในอัตราสูงถึง 34-37% หากขายอสังหาฯ ที่บริษัทซื้อมา จะสร้างกำไรจากการลงทุนได้รวดเร็ว
“บริษัทออกไปลงทุนซื้ออพาร์ตเมนต์ให้เช่าในอเมริกาเมื่อ 5 ปีก่อน ช่วงเวลานั้นอัตราการว่างงานมากกว่า 10% แต่ปัจจุบันอัตราการว่างงานลดลงต่ำกว่า 5% โครงการแรกที่ซื้อเป็นโครงการขนาดเล็กมีมูลค่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือครองมาเกือบ 3 ปี สามารถขายได้ 18 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันมีโครงการอพาร์ตเมนต์ที่ลงทุนอยู่ 4 แห่ง โดย 3 แห่ง อยู่ในซานฟรานซิสโก อีก 1 แห่ง ซื้อมาเมื่อเดือน ธ.ค.ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน”
สำหรับปี 2560 บริษัทตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย 3.1 หมื่นล้านบาท และรายได้ค่าเช่าจากธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการเช่าอีก 3,150 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% มาจากโรงแรม 4 แห่ง ในกรุงเทพฯ และอพาร์ตเมนต์ 4 แห่งในสหรัฐ ซึ่งบริษัทมีแผนจะลงทุนในธุรกิจให้เช่าปีนี้ 4,000 ล้านบาท ใช้ไปกับโครงการเทอร์มินอล 21 พัทยา 2,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนต่อเนื่องจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2561 ส่วนงบลงทุนในธุรกิจให้เช่าอีก 2,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาโครงการใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ เนื่องจากปีก่อนได้ใช้งบลงทุนซื้อโครงการอสังหาฯ ในสหรัฐ 2 โครงการ รวม 8,000 ล้านบาท







