posttoday
ผลของรวยกระจุก

ผลของรวยกระจุก

02 กันยายน 2553

สถิติอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง มีข่าวการจี้ ปล้นร้านค้า ร้านทอง ธนาคาร งัดตู้เอทีเอ็ม และประชาชน ไม่เว้นวัน ซึ่งเป็นการเพิ่มที่น่าเป็นห่วงและน่าศึกษาอย่างยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นในระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย

รัฐบาลประกาศข่าวดีตลอดเวลาว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตได้ดี การส่งออกขยายตัวได้สูงเป็นประวัติการณ์ บางเดือนสูงเกินกว่า 40% แม้กระทั่งมีการชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) สูงถึง 67% หากไม่มีการชุมนุมทางการเมืองจีดีพีอาจจะโตได้ถึง 10%

อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับนี้ ไม่ใช่ตัวเลขปลอมหรือรัฐบาลโฆษณาเกินจริง แต่การเติบโตสูงมากนี้ เป็นการเติบโตทางด้านการส่งออกเพียงสินค้าไม่กี่ประเภท เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ซึ่งใช้แรงงานไม่มาก แต่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากอย่างสิ่งทอ รองเท้า กลับส่งไม่ออก ทำให้ผลประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ดีกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ส่งออกไม่กี่ราย

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างพรวดพราด ก็ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดหุ้นที่มีอยู่ไม่กี่หยิบมือ ร่ำรวยขึ้น มีเงินและทรัพย์สินเพิ่มขึ้น แต่คนปกติที่ไม่ได้เล่นหุ้นก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร

เมื่อรายได้กระจุกอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่ม ซึ่งเป็นจำนวนน้อย แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนระดับล่างไม่ได้ประโยชน์อะไร จึงทำให้เกิดการรวยกระจุกและจนกระจาย เหมือนที่เกิดขึ้นมาตลอด ทำให้ปัญหาอาชญากรรมจึงเพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับตัวเลขจีดีพี

การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมนั้น มีที่มาที่ไป ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็มีการเพิ่มขึ้นอย่างไร้เหตุผล ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลควรจะต้องตระหนัก ไม่ใช่มัวแต่ดีใจกับตัวเลขจีดีพีที่สูงขึ้นและโชว์แต่ตัวเลขการส่งออกที่โตในภาพรวม แต่ไม่ได้บอกว่าการส่งออกไม่ได้ทำให้การจ้างงานเพิ่ม และชาวบ้านได้อะไร

รัฐบาลเองก็รู้ว่าปัญหานี้เป็นอย่างไร จึงพยายามที่จะเปิดให้มีการลงทะเบียนแก้ไขหนี้คนจนเพื่อช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ใช่ทางออก เพราะการแก้ไขปัญหาก็คือการทำให้คนมีงานทำและมีที่ทำกิน เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมลง

เมื่อเศรษฐกิจในภาพรวมดี แต่ในระดับครัวเรือนไม่ดี ภาพก็สะท้อนออกมาในปัญหาสังคม ซึ่งสอดคล้องกับโพลของหลายสำนักที่ทำการสำรวจความเห็นประชาชนว่าเศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่ ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี และรัฐบาลก็พยายามเอาตัวเลขจีดีพีมาโชว์ว่าไม่จริง

วันนี้ผลของการกระจายรายได้ไม่เป็นธรรมก็ออกมาแล้วในรูปของอาชญากรรม ที่มีทั้งคนจนปล้นคนรวย คนจนปล้นคนจนด้วยกันเอง ทำให้ประชาชนอยู่อย่างหวาดผวาและไม่มีความสุข เมื่อรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน รัฐบาลก็ควรจะทุ่มเททรัพยากรไปแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้หากยอมรับความจริง ไม่ใช่สร้างภาพแต่ไม่แก้ปัญหา

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ