posttoday
ขจัดความสับสน

ขจัดความสับสน

17 มกราคม 2560

กรณีการเสียภาษีน้ำมันที่ส่งออกไปเพื่อใช้ในแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลที่ตั้งอยู่ในเขตไหล่ทวีปนอกเขต 12 ไมล์ทะเล

กรณีการเสียภาษีน้ำมันที่ส่งออกไปเพื่อใช้ในแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลที่ตั้งอยู่ในเขตไหล่ทวีปนอกเขต 12 ไมล์ทะเล ของ บริษัท เชฟรอน ในที่สุดคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยแล้วว่า บริษัท เชฟรอน จะต้องเสียภาษี ได้นำมาสู่ประเด็นที่ต้องพิจารณา 2 เรื่องหลัก

เรื่องแรก คือการตีความการเสียภาษีที่ไม่ตรงกันระหว่างอธิบดีกรมศุลกากรที่ปฏิบัติหน้าที่คนละช่วงเวลากัน โดยก่อนหน้านี้เห็นว่าพื้นที่ที่นำน้ำมันไปใช้นั้นไม่ถือว่าเป็นการส่งออกจึงไม่ต้องเก็บภาษี แต่ปัจจุบันมีการนำเรื่องเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาให้วินิจฉัยและพบว่าจะต้องเสียภาษี

โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาหยิบยกข้อกฎหมายรวม 3 ฉบับขึ้นมาวินิจฉัย ประกอบด้วย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 รวมทั้ง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ที่มีการบัญญัตินิยามคำว่าราชอาณาจักร ให้หมายความรวมถึงเขตไหล่ทวีปที่เป็นสิทธิของประเทศไทยตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และวินิจฉัยว่ากรณีนี้ต้องถือตามกฎหมายปิโตรเลียม ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะและจัดเก็บภาษีน้ำมันดังกล่าว

ซึ่งหากอนุมานว่า ในอดีตกรมศุลกากรอาจพิจารณาเฉพาะตัวบทกฎหมายของกรมศุลฯ เท่านั้น จึงอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ในการตีความ และไม่ได้เรียกเก็บภาษีจากบริษัท เชฟรอน แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังมีประเด็นความไม่รอบคอบในการวินิจฉัยตีความภาษี และส่งผลให้บริษัทเอกชนต้องจ่ายภาษีย้อนหลัง กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมา ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในระบบภาษีของไทยได้

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประเทศไทยก็ได้สร้างความสับสนในเรื่องภาษีการส่งเสริมการลงทุนมาแล้ว จากการตีความระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ กับกรมสรรพากรไม่ตรงกันเกี่ยวกับวิธีคำนวณภาษี จนภาคเอกชนต้องหันไปพึ่งศาล กระทั่งศาลฎีกาพิพากษาว่าบริษัทเอกชนทำผิดกฎหมายสรรพากร ต้องจ่ายภาษีและค่าปรับเป็นจำนวนมาก

จะเห็นได้ว่า ความสับสนเรื่องการตีความภาษีนั้น เกิดขึ้นกับบริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยเป็นหลัก ส่งผลต่อความน่าลงทุนในไทยอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น เรื่องนี้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจึงควรมีการสังคายนาปัญหานี้อย่างเป็นระบบ เพราะไทยยังต้องการการลงทุนจากต่างประเทศอีกจำนวนมาก การตีความเรื่องการเสียภาษีให้ถูกต้องไม่สับสน จะเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้

ประเด็นต่อมา คือ กระทรวงการคลังควรดำเนินการสอบสวนให้ชัดเจนว่าในอดีตที่ บริษัท เชฟรอน ไม่ต้องเสียภาษีนั้น เป็นความผิดพลาดในขั้นตอนใด มีบุคคลใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับรายได้ของประเทศ

ที่สำคัญในการสอบสวน หากเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง ก็ควรให้คณะกรรมการสอบสวนมาจากบุคคลภายนอกกระทรวงการคลัง ไม่ควรจะให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นผู้สอบสวน เพราะจะทำให้ถูกครหาได้ว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น เนื่องจากมีสายงานบังคับบัญชาเข้ามาเกี่ยวข้อง

ความกระจ่างที่เกิดขึ้น ก็เพื่อให้กระทรวงการคลังใสสะอาดตามที่ตั้งเป้าไว้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ