posttoday
‘แสนสิริ’เชื่อ อสังหาฯไปได้ รัฐไม่ต้องโด๊ป

‘แสนสิริ’เชื่อ อสังหาฯไปได้ รัฐไม่ต้องโด๊ป

13 มกราคม 2560

แสนสิริแจงอสังหาฯ ไม่อ่อนแอ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องออกมาตรการช่วยกระตุ้น

แสนสิริแจงอสังหาฯ ไม่อ่อนแอ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องออกมาตรการช่วยกระตุ้น

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5% ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนรถไฟฟ้า และโครงการสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่มีความชัดเจนในด้านการลงทุน แม้ว่าหลายโครงการจะต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะเริ่มก่อสร้าง แต่ถือได้ว่ามีความคืบหน้า อีกทั้งภาวะผลผลิตและราคาพืชผลทางการเกษตรที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะตกต่ำจากภัยแล้ง ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก นอกจากนี้คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 2 สัปดาห์

“มาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น เห็นว่ายังไม่จำเป็น เนื่องจากธุรกิจนี้ไม่ได้อ่อนแอ และยังมีการเติบโตอยู่ ควรจะนำเงินภาษีไปช่วยด้านอื่นจะเป็นประโยชน์กว่า”

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องกังวลยังคงเป็นระดับหนี้สินครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง ส่งผลต่อการขอสินเชื่อของผู้ที่จะซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม ทำให้มียอดการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น โดยบริษัทมียอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 15-20% โดยส่วนใหญ่เป็นตลาดกลาง-ล่าง นอกจากนี้มีปัจจัยลบจากแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอีกเล็กน้อย เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อมากนัก

สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทในปี 2560 ตั้งเป้าลงทุนพัฒนา 19 โครงการ มูลค่า 4.12 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 8 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบีทีเอส 4 โครงการ มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว 9 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นโครงการในระดับบน 30% โครงการระดับกลาง 50% และโครงการระดับล่าง 20% ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

นอกจากนี้ บริษัทยังลดน้ำหนักลงทุนต่างจังหวัดลง โดยปีนี้ลงทุนเพียง 2 โครงการ ได้แก่ คอนโดที่เชียงใหม่และบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ที่พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากกำลังซื้อต่างจังหวัดยังชะลอตัว ส่วนเป้ายอดขายตั้งไว้ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท โต 20% จากปี 2559 ที่คาดว่าทำยอดขายได้ 3.11 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 9% จากปี 2558

ด้านรายได้ ปีนี้บริษัทตั้งเป้าอยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่คาดว่าอยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทจะมีการทยอยโอนมูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาทในปีนี้ จากมูลค่ายอดขายรอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) ที่มีอยู่ทั้งหมด 3.9 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้ารุกตลาดลูกค้าชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน ฮ่องกง และมีแผนสร้างสำนักงานขายเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ