
เหนือ-อีสานซ้ำไร่นาล่มบ้านจมบาดาล
ภาคเหนือ-อีสานยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมนาไร่ล่มป่าถล่มจมดาบาลเดือดร้อนหนักกันทั่วหน้า ขณะที่ปภ.แจ้งเตือน 39 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมน้ำดินถล่มระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.นี้
ภาคเหนือ-อีสานยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมนาไร่ล่มป่าถล่มจมดาบาลเดือดร้อนหนักกันทั่วหน้า ขณะที่ปภ.แจ้งเตือน 39 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมน้ำดินถล่มระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.นี้
ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาแก่งหว้าแก่งไฮ ไหลถล่มเข้าท่วมหมู่บ้านห้วยเฮี้ย ม.2 ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร พร้อมกับกระแสน้ำไหลเชี่ยว ชาวบ้านต่างขนสิ่งของบางส่วนออกมากองไว้ยังที่สูง และน้ำยังไหลเข้าท่วมถนนสายห้วยเฮีย-ซ้ำรู้ ม.2 มีระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทำให้ 5 หมู่บ้านที่อยู่ด้านใน คือ ม.3 ม.9 ม.1 ม.7 และ ม.2 ต.ห้วยเฮีย ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และน้ำยังได้ไหลเข้าทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว และไร่ข้าวโพดเสียหายอีกกว่า 500 ไร่ ล่าสุดนายอำเภอนครไทยได้เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้าน พร้อมกับแจ้งไปทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อขอสนับสนุนเรือท้องแบน เข้ามาให้การช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการเร่งด่วนแล้ว
ขณะที่จ.สุโขทัย ระดับน้ำยังคงท่วมที่ ม.6 บ้านบางคลอง อ.เมืองสุโขทัย อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารจากจังหวัดทหารบกที่ 3 พิษณุโลก อส.และประชาชน นำกระสอบทรายและเสาไม้ยูคามาทำเป็นแนวกันตลิ่งริมคลองบางคลอง ม.6 ต.ปากแคว แต่กั้นไม่สำเร็จกระแสน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ส่งผลทำให้กระแสน้ำที่ไหลแรงกระแทกบ้านเรือนพังเสียหาย เช่นเดี่ยวกับโรงเรียนบ้านบางคลอง(ราษฎรอุทิศ) กระแสน้ำเชี่ยวและท่วมทางเข้าโรงเรียนสูงกว่า 1 เมตร ทำให้โรงเรียนไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย ได้ประกาศให้ 8 อำเภอที่ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยคือ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง และ อ.กงไกรลาศ อ.ศีรีมาศ อ.ทุ่งเสลี่ยม อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พื้นที่ประสบภัย ใน 61 ตำบล 487 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 84,544 คน 20,941 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตร นาข้าว พืชไร่ พืชสวน เสียหายนับแสนไร่
ทั้งนี้ทางจังหวัดสุโขทัยได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ณ ศาลากลางจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัย และเตรีมแผนป้องกันเฝ้าระวังระดับน้ำตามจุดเสี่ยงต่างๆพร้อมทั้งให้ประชาชนที่อยู่ 2 ฝั้งแม่น้ำยม ดูแลเด็กและคนชราที่อาจได้รับอันตรายในช่วงน้ำท่วมรวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหากระสอบทราย ไว้ให้พร้อม โดยทางจังหวัดสุโขทัย จะให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่าต่อเนื่องจนกว่าน้ำจะลดลง
ส่วนที่จ.น่าน ชาวชุมชนบ้านท่าลี่ ภูมินทร์ในเขตเทศบาลเมืองน่านต่างใช้เรือในการสัญจรระหว่างบ้านที่ถูกน้ำท่วมกับถนนทางเข้าชุมชนเพื่อไปซื้อหาเครื่องอุปโภค บริโภคมาใช้ในคืนที่ถูกน้ำท่วม พร้อมกันนี้ญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่น้ำไม่ท่วมต่างพากันซื้ออาหารสุก เทียนไข ไม้ขีดไฟ และน้ำแข็งเพื่อใช้แช่อาหารในตอนกลางคืนเนื่องจากตู้เย็นใช้การไม่ได้จาการที่ถูกตัดไฟฟ้า ชาวบ้านต้องใช้เทียนไขแทนไฟฟ้า หลายคนไม่ได้เตรียมไว้แม้ทางเทศบาลเมืองน่านจะประกาศเตือนไว้ล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะเข้าแล้ว
นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ได้ออกตรวจความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชุมชนที่ถูกน้ำท่วม พบชาวบ้านมีขวัญกำลังใจดี หลายคนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ เนื่องจากเป็นชุมชนที่น้ำเคยท่วมซ้ำซาก แต่ก็มีบางครอบครัวยังไม่เชื่อการประกาศเตือนของทางราชการ ทำให้ของใช้ในครัวเรือนเสียหาย และไม่มีเทียนไข โดยเชื่อว่าน้ำจะไม่ขึ้นถึงขนาดนี้ และจะไม่ถูกตัดไฟฟ้า
นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า ประชาชนยังมีขวัญและกำลังใจดี ทางเทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา ซึ่งไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และระดับน้ำก็เริ่มลดลงแล้ว โดยเมื่อเวลา 22.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 7.17 เมตร ลดลงอย่างช้า ๆ หากไม่มีน้ำเหนือหนุน ฝนไม่ตกก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ที่จ.เชียงราย หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่นั้นขณะนี้สภานการณ์ทั่วไปได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยนายเชษฐา โมสิกรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย กล่าวว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 10 อำเภอ 41 ตำบล 330 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือนกว่า 20,000 ครัวเรือน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ อ.แม่จัน และ อ.พญาเม็งราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 102 ล้านบาท ส่วนมากจะเป็นเรื่องพื้นที่ทางการเกษตร ทรัพย์สินของชาวบ้าน สะพานคอนกรีต สัตว์เลี้ยงบ่อปลาและถนนสายต่าง ๆ จำนวนมาก แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตที่รุนแรง
นายเชษฐา กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นทางจังหวัดได้ประสานให้ทางอำเภอใช้งบประมาณฉุกเฉินที่อยู่ในอำนาจของนายอำเภออำเภอละ 1 ล้านบาท เข้าทำการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในเรื่องของเครื่องอุปโภคปริโภคและน้ำดื่ม ตลอดจนจัดกำลังเข้าทำการอพยบชาวบ้านและทรัพย์สินในที่ปลอดภัย อกจากนี้ยังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะงบประมาณท้องถิ่นเข้าช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง ส่วนการช่วยหลือทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการประชุมระดับจังหวัดเพื่อพิจารณานำงบประมาณจังหวัดจำนวน 50 ล้านบาท เข้าช่วยเหลือในส่วนที่เหลือต่อไป
ที่จ.แม่ฮ่องสอน นายธานิน สุภาแสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮองสอน นำทีมทหาร ขนสัมภาระเสบียงอาหารแห้ง จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน ที่ได้ร่วมกันบริจาค โดยขนส่งทางเฮลิค๊อปเตอร์ทหารไปมอบให้กับโรงเรียนล่องแพวิทยา ต.แม่สวด อ.สบเมย รอยต่อสามจังหวัดชายแดนภาคเหนือ ตาก เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอนหลังจากประสบปัญหาการ การขาดแคลนอาหารเลี้ยงเด็กนักเรียน 3 มื้อ เนื่องจากเส้นทางคมานมสัญจร จากโรงเรียน ไปสู่โลกภายนอก
ที่จ.สกลนคร ฝนตกทุกวันในระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทะเลสาบหนองหาร ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาภูพานที่ไหลลงสู่หนองหาร ซึ่งมีพื้นที่กว่า 78,000 ไร่ ระดับน้ำได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินจุดวิกฤตแล้ว โดยมีจำนวน 120 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าทางประมงจะระบายน้ำโดยเปิดการระบาย 100 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่สามารถระบายได้หมด เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่าระดับเก็บกักทำให้เอ่อขึ้นท่วมไร่นา ตลอดจนบ้านเรือนของราษฎรที่ประตูน้ำสุรัสวดีหรือประตูน้ำหนองหาร
นายวิชาญ แท่นหิน รักษาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสกลนคร กล่าว ว่าได้ประชุมแก้ปัญหาที่ช่วยเหลือราษฎรชะลอการปล่อยน้ำให้เหลือ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่พบว่าการปิดหรือประตูน้ำไม่มีผล เนื่องจากปริมาณน้ำ ยังคงไหลเข้าหนองหารอย่างต่อเนื่องเนื่องจากยังคงมีฝนตกในทุกวัน ยังคงปล่อยให้น้ำไหลออกจากหนองหารในปริมาณเท่าเดิมซึ่งส่งผลให้น้ำยังคงท่วมขังจากการเอ่อของลำน้ำก่ำ ที่ไหลจากหนองหาร ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศให้ 2 หมู่บ้าน ในต.บ้านโพน อ.โพนนาแก้ว คือ บ้านปู่พึ้มและบ้านโพนไชยยา เป็นหมู่บ้านประสบภัยพิบัติใต้ประตูน้ำหนองหาร ที่เสี่ยงต่อการได้รับความเสียหายต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เข้าติตตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงและได้สั่งอพยพสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยงในที่สูงแล้ว ขณะที่ชาวบ้านเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีอาหารสัตว์ ต้องไปเกี่ยวหญ้าในบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึงไปให้วัวกิน หรือนำไปเลี้ยงที่ริมถนน
นอกจากนี้ต้นข้าวเริ่มเน่าเสียหาย จากการเกิดน้ำท่วมมานานกว่า 5 วันแล้ว โดยล่าสุดมีพื้นที่ 1.2 หมื่นไร่ อ.อากาศอำนวย 8 ตำบล , อ.วานรนิวาส 2 ตำบล ,อ.ส่องดาว 4 ตำบล , อ.พรรณนานิคม 6 ตำบล ,อ.บ้านม่วง 6 ตำบล ,อ.คำตากล้า 4 ตำบล อ.กุสุมาลย์ 5 ตำบล อ.เต่างอย 4 ตำบล อ.เมือง 3 ตำบล อ.เจริญศิลป์ 5 ตำบล อ.วาริชภูมิ 5 ตำบล อ.สว่างแดนดิน 4 ตำบล และอ.โพนนาแก้ว 2 ตำบล ทั้งนี้เนื่องจากลำน้ำหลายสาย ที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง เช่น น้ำยาม น้ำสงคราม และลำห้วยปลาหาง ระดับน้ำเอ่อขึ้นสูง เนื่องจากถูกน้ำโขงดัน จึงระบายได้ช้า
ที่จ.อำนาจเจริญ ปริมาณน้ำโขงหนุนสูงอย่างต่อเนื่องทำให้อ.ชานุมาน มีระดับสูงกว่า 10 เมตร น้ำโขงไหลเชี่ยวกราดและมีเศษไม้ลอยปะปนมากับน้ำเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบกับเกษตรกรชาวประมงผู้มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังตามริมฝั่งแม่น้ำโขงกว่า 300 กระชัง เป็นอย่างมาก เพราะปลาไม่ยอมกินอาหาร และขาดอากาศหายใจ เนื่องจากน้ำขุ่นแดงและปลาบางส่วนตายไปแล้วจำนวนมาก อีกอย่างมีท่อนไม้ลอยมาชนกับกระชังทำให้กระชังเสียหาย ชาวประมงประสบปัญหาการขาดทุนย่อยยับ
ขณะนี้นาข้าวที่ท่วมขังขยายวงกว้างจาก 2 หมื่นไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นไร่ และนาข้าวที่เน่าตายกว่า 2 หมื่นไร่แล้ว จังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเสี่ยภัยทั้ง 7 อำเภอ ปริมาณฝนที่ตกวัดได้สูงสุด 160 ม.ม.นับว่าตกหนักเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี ถึงอย่างไรก็ตามหากปริมาณฝนตกน้อยลงและกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้นทางจังหวัดก็จะเร่งเข้าให้การช่วยเหลือราษฎรที่นาข้าวโดนน้ำท่วมเสียหาย ร่วมทั้งซ่อมแซมถนนหนทางในการสัญจรไปมาที่ชำรุด แต่ถึงอย่างไรก็ตามในระยะนี้ให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันอีกต่อไปเนื่องจากยังมีฝนตกอยู่อย่างต่อเนื่อง
ที่จ.ยโสธร ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลมาจากเทือกเขาภูพานและป่าดงบังอี่ในเขตจังหวัดมุกดาหารและสกลนคร ได้ไหลลงมาสมทบกับปริมาณน้ำในลำน้ำเซบายที่ไหลผ่านอ.เลิงนกทา อ.กุดชุมและอ.ป่าติ้ว ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำเซบาย เอ่อล้นตลิ่ง และไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรใน 3 ตำบล คือ ต.ศรีฐาน ต.โพธิ์ไทรและต.เชียงพ็ง อ.ป่าติ้ว ได้รับความเสียหายจำนวนมาก นาข้าวจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 2 เมตร และถนนที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านเสียหายถูกตัดขาดเป็นช่วงๆ จำนวน 4 เส้นทางนั้น
ล่าสุดนายประดิษฐ์ รักเสรี นายอำเภอป่าติ้ว ได้จัดเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายใน 3 ตำบล 7 หมู่บ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าวและถนนที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนตัดขาดเป็นช่วงๆเสียหาย จำนวน 4 เส้นทาง พร้อมกับได้เตรียมงบประมาณ จำนวน 2 ล้านบาทที่ได้รับมอบหมายจากทางจังหวัดเพื่อเข้าให้การช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบเป็นการด่วนแล้ว พร้อมยืนยันว่าถ้าหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่อีกรอบคาดว่าคงอีกไม่เกิน 2-3 วัน ระดับน้ำที่ท่วมอยู่จะลดลงแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่คาดเอาไว้คิดว่าพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมไม่น่าจะได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนความเสียหายของพื้นที่นาข้าวในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ต้องรอให้กับทางเกษตรอำเภอสำรวจความเสียหายอีกครั้ง ในด้านสาธารณประโยชน์ต่างๆโดยเฉพาะถนนที่ถูกตัดขาดต้องรอให้น้ำลดลงก่อนจึงจะสามารถเข้าซ่อมแซมให้ใช้การได้
ทางด้านกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) แจ้งเตือน 39 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งที่ลาดเชิงเขา ที่ราบลุ่มริมน้ำ และใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-3 กันยายน 2553 พร้อมสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ทันทีที่เกิดภัย







