
เอ็นจีโอใต้ค้าน 11 กิจการรุนแรง ขวางแผนอุตสาหกรรมภาคใต้
...ทีมข่าวภูมิภาค
“
ที่มาบตาพุด บริษัทเหล่านั้นยังไม่เคยพยายามแก้ไขปัญหา แต่กลับเดินหน้าโครงการต่างๆ และแก้ไขกฎระเบียบ ต้องแก้ไขปัญหาผลกระทบกับพี่น้องในพื้นที่มาบตาพุดให้ได้ก่อนที่จะผลักดันลงมาสู่ภาคใต้”วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี รองเลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) แถลงจุดยืนอย่างหนักแน่น หลังการประชุม กป.อพช.ใต้ ที่ จ.สงขลา โดยออกแถลงการณ์คัดค้านร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดประเภท ขนาด และวิธีปฏิบัติสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง 11 ประเภท ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 ส.ค.
“
เราได้แสดงความคิดเห็นผ่านเวทีให้คณะกรรมการรับฟังไปหมดแล้ว แต่ไม่ได้นำมาระบุไว้ แสดงว่ามันเป็นเพียงกระบวนการเพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมดำเนินการต่อไปได้โดยให้อยู่ในกรอบของกฎหมายน้อยที่สุด นี่คือความพยายามทำลายและให้มีกฎระเบียบข้อบังคับให้น้อยที่สุดโดยไม่นึกถึงและไม่รับผิดชอบต่อสังคม”พื้นที่สองฝั่งทะเลภาคใต้กำลังจะเกิดโครงการขนาดใหญ่นับสิบโครงการ ภายใต้นโยบายที่เรียกว่า
“เซาเทิร์นซีบอร์ด” ซึ่งเครือข่ายประชาชนและองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ในพื้นที่ภาคใต้กำลังห่วงใยว่า อนาคตภาคใต้อาจเป็นเช่นเดียวกับมาบตาพุดมานะ ช่วยชู เลขาธิการ กป.อพช.ใต้ เห็นว่า การประกาศโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าวของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จะส่งผลกระทบต่อภาคใต้ตามแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ จึงขอเสนอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ทบทวนประกาศดังกล่าวและออกประกาศโครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงจำนวน 18 โครงการตามข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายทั้งที่ยังมีจุดอ่อนอยู่จำนวนมากแต่ก็พอจะยอมรับกันได้
ในแถลงการณ์ของ กป.อพช.ใต้ ระบุว่า ประชาชนในภาคใต้ได้ร่วมกันเสนอโครงการที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงตามกลไกของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย แต่ปรากฏว่ารัฐบาลนำข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ไปให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาแก้ไข
แถลงการณ์ระบุว่า เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 67 เป็นการสะท้อนความคิดสังคมไทยว่า พร้อมที่จะรับโครงการพัฒนาที่อาจมีผลกระทบต่างๆ แต่ผู้ดำเนินโครงการต้องมีกระบวนการศึกษาและวางมาตรการลดผลกระทบ รวมทั้งเปิดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชนและผู้เชี่ยวชาญในนามองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะให้ความเห็นประกอบ ซึ่งถือเป็นกลไกกลั่นกรองเพื่อความรอบคอบ รัฐบาลจึงควรยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในเบื้องต้นให้ยึดรูปแบบและจำนวนโครงการที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายกำหนด
สำหรับนโยบายการพัฒนาภาคใต้ แถลงการณ์ของ กป.อพช.ใต้ เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการที่จะดูแลประชาชนทุกฝ่าย ก่อนที่จะกำหนดการพัฒนาในพื้นที่อื่นๆ ด้วยการยุติโครงการศึกษาของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาพื้นที่ในภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายของการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชนทั้งในและนอกประเทศ
กป.อพช.ใต้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 2 โดยมีสาระสำคัญให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทบทวนและยุติแผนพัฒนาอุตสาหกรรมภาคใต้ โดยออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้และภาคอื่นๆ อย่างยั่งยืน โดยต้องผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และให้ยุติการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคใต้ทั้งหมดก่อน จนกว่าจะเกิดแผนแม่บทการพัฒนาที่ยั่งยืน







