posttoday
คุยกับคน (ใกล้) ตาย

คุยกับคน (ใกล้) ตาย

08 มกราคม 2560

เมื่อเร็วๆ นี้ผมอ่านบทความเก่าเกี่ยวกับงานของช่างภาพชาวเยอรมัน วัลเทอร์ เชลส์ (Walter Schels)

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

เมื่อเร็วๆ นี้ผมอ่านบทความเก่าเกี่ยวกับงานของช่างภาพชาวเยอรมัน วัลเทอร์ เชลส์ (Walter Schels) ซึ่งมีชื่อเสียงจากการติดตามถ่ายภาพผู้ป่วยหนักก่อนและหลังเสียชีวิต ภาพของเขาทรงพลังไม่น้อย เช่นเดียวกับบทสัมภาษณ์สั้นๆ ที่สะเทือนใจและให้แง่มุมเรื่องความตายอย่างตรงไปตรงมา สาเหตุส่วนหนึ่งที่เขาทำโปรเจกต์ Life Before Death เพื่อเยียวยาอาการหวาดผวาเรื่องความตาย จากการต้องสูญเสียแม่ตั้งแต่ยังเยาว์วัย แต่หลังจากโปรเจกต์นี้ วัลเทอร์ไม่กลัวความตายอีก และเห็นว่าการหลีกเลี่ยงประเด็นความตายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมร่วมสมัย ทุกคนต้องเผชิญกับมันอย่างตรงไปตรงมา เวลาเผชิญกับวาระสุดท้าย จะได้ไม่ต้องเสแสร้ง

ผมอ่านแล้วนึกถึงเรื่องสังคมพุทธบ้านเรานับวันยิ่งห่างเหินกับการเผชิญหน้าความตายอย่างตรงไปตรงมา เริ่มรังเกียจความตายเพราะสนุกกับโลกเชิงประจักษ์ จนลืมแง่มุมด้านจิตวิญญาณของชีวิต ในงานศพมักจมอารมณ์ความรู้สึกสูญเสียและเคว้งคว้าง แทนที่จะใช้เป็นบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับมรณสติ

บทความนี้เก่ามาก ตั้งแต่ปี 2008 แต่เป็น Old but Gold จริงๆ ดูภาพกับอ่านเรื่องราวแล้วอยากแบ่งปัน เลยแปลคำสัมภาษณ์ของคนตายมาจาก The Guardian กับ artFido เผื่อจะเป็นประโยชน์ แม้สักคนสองคนก็ยังดี

คำพูดของคนก่อนตายช่วยบอกเราว่าถ้าไม่เตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ ความหวั่นไหวจะครอบงำช่วงสุดท้ายของชีวิตจนสูญเสียโอกาสอันมีค่าไป หรือแม้แต่ตอนมีชีวิตจะทำอะไรก็รีบทำ เพราะโอกาสที่ 2 ในชีวิตมันหายาก หรืออาจไม่มีเลย

คุยกับคน (ใกล้) ตาย

 

ปีเตอร์ เคลลิ่ง ทำงานด้านสาธารณสุขไม่ยอมแตะต้องสิ่งที่ไม่ดีต่อตัวเอง ไม่เคยป่วยหนัก แต่แล้วกลับเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลุกลามไปส่วนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ตอนที่วัลเทอร์พบกับเขา เคลลิ่ง คร่ำครวญว่า “ผมอายุแค่ 64 ผมไม่ควรพบจุดจบอย่างนี้” เคลลิ่งร้องไห้บ่อยๆ แต่ไม่ยอมปริปากบอกความในใจ จนกระทั่งปล่อยให้ความเงียบห้อมล้อมตัวเอง แต่ก็ยังติดตามฟุตบอลทีมโปรดจนวาระสุดท้าย

เอลลี่ เกนเท่ เป็นหญิงแกร่งวัย 83 อยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองมาตลอดชีวิต ถ้าช่วยตัวเองไม่ได้ ก็ขอตายจะดีกว่า ตอนแรกเอลลี่เผชิญความตายอย่างไม่พรั่นพรึงจนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต่างชื่นชม แต่ไม่นานนักก่อนจะเสียชีวิต วัลเทอร์ไปพบเอลลี่อีกครั้งคราวนี้เธอหวั่นไหวอย่างรุนแรง และเกิดภาพหลอนว่ามีคนจะเอาชีวิต เมื่อใดก็ตามที่มีคนอยู่ใกล้ๆ เธอจะรบเร้าด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ช่วยพาฉันไปจากที่นี่ที ถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปหัวใจฉันจะหยุดเต้นแน่ๆ ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากตาย!”

ริต้า ชอฟเฟลอร์ หย่าขาดอดีตสามีมา17 ปี ด้วยความเคียดแค้น จนห้ามเขาเข้าใกล้ลูก แต่พอรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และต้องตายในอีกไม่นาน เธอเพิ่งจะรู้ว่าสิ่งที่อยากทำที่สุด คือการพูดคุยกับอดีตสามีอีกครั้ง และเมื่อเธอโทรบอกเขา เขาก็สัญญาว่าจะมาหาในทันที เธอบอกว่า “ฉันไม่น่าเสียเวลาตั้งเนิ่นนานกว่าจะลืมความเจ็บแค้นและให้อภัย” ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกอยากจะตายให้เร็วๆ แต่แล้วก่อนจะตาย ริต้าบอกว่า “ตอนนี้ฉันอยากจะใช้ชีวิตอีกสักนิด เป็นครั้งสุดท้าย”

คลาร่า เบห์เรนส กำลังจะตายในวัย 83 ปี บอกว่า “ถ้าฉันมีโอกาสอีกครั้ง ฉันจะทำในสิ่งที่แตกต่าง... แต่โอกาสที่ 2 ของชีวิตมันมีอยู่งั้นหรือ? ฉันว่าไม่นะ... ฉันไม่กลัวความตายหรอก เพราะฉันจะกลายเป็นแค่หนึ่งในเม็ดทรายหลายล้านล้านเม็ดในความเวิ้งว้าง มีเพียงสิ่งเดียวที่เท่านั้นที่ทำให้ฉันหวาดผวา คือ กระบวนการที่นำฉันไปสู่ความตาย เพราะคุณไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

วอล์ฟกัง คอตซาห์น นักบัญชีผู้เงียบขรึม6 เดือนก่อนที่จะเสียชีวิตในวัย 57 เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งปอด และไม่คิดว่าจะตายเร็วอย่างนี้ เขาบอกว่า “ผมช็อกเอามากๆ ไม่เคยนึกถึงความตายมาก่อน คิดถึงแต่เรื่องใช้ชีวิต แต่ผมแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ยอมรับเรื่องนี้ได้ง่ายๆ ตอนนี้ผมนอนรอความตายอยู่ก็จริง แต่ทุกๆ วันที่ผมเหลืออยู่ ผมใช้มันอย่างคุ้มค่า ดื่มด่ำกับประสบการณ์ชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม ผมไม่เคยสนใจจ้องมองก้อนเมฆมาก่อน แต่ตอนนี้ผมมองเห็นทุกอย่างในแง่มุมที่แตกต่างไป ทั้งก้อนเมฆทุกๆ ก้อนที่ลอยอยู่นอกหน้าต่าง ดอกไม้ทุกๆ ดอกในแจกัน จู่ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างดูมีความหมาย”

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย