posttoday
เพราะยากจน จึงต้องมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

เพราะยากจน จึงต้องมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

08 มกราคม 2560

ความสำเร็จในการดำเนินงานสร้างหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้าของประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้นานาชาติเห็นแล้วว่า

โดย...นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข

ความสำเร็จในการดำเนินงานสร้างหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้าของประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้นานาชาติเห็นแล้วว่า ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวประชากรในระดับปานกลางสามารถสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชากรได้สำเร็จในปี 2545 ขณะที่ประเทศไทยมีรายได้ประชาชาติ 1,900 เหรียญสหรัฐ/หัวประชากร

ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าใน 3 มิติ ได้แก่

1.ความครอบคลุมประชากรของระบบประกันสุขภาพ ซึ่งในปัจจุบันจำนวนประชากรร้อยละ 99.99 ของประเทศไทยมีหลักประกันสุขภาพและสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นต่อสุขภาพได้

2.สิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวางทั้งด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพ รวมทั้งการรักษาพยาบาลที่มีราคาแพงจำนวนมาก

3.การปกป้องครัวเรือนจากการล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาล

นอกจากนี้ หลักฐานเชิงประจักษ์ได้แสดงให้เห็นว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญของการดำเนินงานด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าคือการทำให้คนยากจนที่อยู่ในเมืองและชนบท รวมทั้งประชาชนที่อาศัยในถิ่นทุรกันดารสามารถเข้าถึงการบริการสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับการศึกษาวิเคราะห์ด้านสิทธิประโยชน์ที่พบว่าการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยนั้น เป็นการดำเนินงานเพื่อให้คนยากจนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพมากขึ้น และทรัพยากรของภาครัฐกระจายไปสู่ประชากรที่ยากจนเพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ดังกล่าว คือ

1.การมีระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศจนถึงระดับชุมชนและหมู่บ้าน จากการที่รัฐบาลได้ลงทุนด้านโครงสร้างและกำลังคนด้านสุขภาพในสามทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

2.การกำหนดชุดสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทุกด้านโดยไม่ต้องมีการร่วมจ่าย ณ จุดบริการ ทำให้ลดรายจ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือน ลดภาวะการล้มละลายจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและป้องกันครัวเรือนไม่ให้ประสบภาวะความยากจนจากค่ารักษาพยาบาล

บัตรทองซึ่งเป็นหนึ่งในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยครอบคลุมประชากรประมาณร้อยละ 75 ของประชากรทั่วประเทศมีชุดสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทุกด้าน สามารถดำเนินงานตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร เนื่องจากใช้วิธีการบริหารงบประมาณแบบปลายปิดและจ่ายค่าบริการโดยวิธีผสมผสาน คือใช้อัตราเหมาจ่ายรายหัวสำหรับกรณีผู้ป่วยนอก และจ่ายเงินชดเชยให้กับสถานพยาบาลตามค่า DRG สำหรับกรณีผู้ป่วยในและค่ารักษาที่ราคาแพง ซึ่งวิธีนี้ มีประสิทธิผลในการควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นอย่างดี ในขณะที่ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปมีความพึงพอใจต่อการให้บริการภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ร้อยละ 82-95 จากการสำรวจในปี 2546-2556

ข้อพึงทราบคือ ผู้ให้บริการสุขภาพส่วนใหญ่ที่ดำเนินงานภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นสถานพยาบาลที่ไม่หวังผลกำไรและโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยบริการสุขภาพหลักของประเทศ บุคลากรสาธารณสุขผู้เสียสละทำงานในโรงพยาบาลของรัฐเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้ประเทศไทยสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าดังกล่าว

จากความสำเร็จด้านผลลัพธ์สุขภาพ โดยเฉพาะปัจจุบันประชาชนไทยมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด 74 ปี อัตราตายของเด็ก 12.3 ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 คน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศคิดเป็นร้อยละ 4.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ นับว่าระบบสุขภาพของไทยมีประสิทธิภาพและถูกจัดให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีรายได้ปานกลางที่มีระบบสุขภาพที่ดีที่สุด ดังนั้น ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์จากการดำเนินงานด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าโดยเฉพาะการลดภาวะความยากจนจากการล้มละลายจากรายจ่ายด้านสุขภาพและการส่งเสริมให้ไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) จึงควรให้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากภาครัฐอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ไทยยังได้สร้างเสริมศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประเมินความคุ้มค่าของการรักษาพยาบาลและยาใหม่ก่อนที่จะบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ หรือบัญชียาหลักแห่งชาติ รายการบัญชียาที่ใช้อ้างอิงในการบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ของทั้งสามระบบประกันสุขภาพของรัฐ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนให้มีการประเมินความคุ้มค่าของเทคโนโลยีเพื่อได้มาซึ่งหลักฐานเชิงประจักษ์ในการบรรจุบริการสุขภาพและเวชภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในชุดสิทธิประโยชน์

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับนานาประเทศในหลายด้าน เช่น ยุทธศาสตร์การจัดซื้อและการจ่ายค่าบริการสุขภาพ การติดตามและตรวจสอบคุณภาพ การให้บริการทางการแพทย์ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ความเข้มแข็งของระบบบริการปฐมภูมิ การจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสุขภาพ การประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ และการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม (รวมญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และจีน) ได้ริเริ่มการสร้างเครือข่ายหลักประกันสุขภาพของประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีสาธารณสุขของประเทศสมาชิกในเดือน ก.ค. 2555 และได้จัดตั้งเครือข่ายดังกล่าวในปี 2557

จากการที่ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติได้ให้คำมั่นที่จะดำเนินการตามเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน 3.8 ในการบรรลุการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แสดงให้เห็นว่าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีความก้าวหน้าไปไกลกว่าการสนับสนุนทางการเมืองเพียงจากภายในประเทศเท่านั้นแล้ว เวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการนำปฏิญญาทางการเมืองมาสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง หลักฐานเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นว่าการที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศต่างๆ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ความร่วมมือระหว่างประเทศแบบใต้-ใต้ เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรในการออกแบบและดำเนินการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการบรรลุผลลัพธ์อันพึงประสงค์ n

หมายเหตุ : นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เขียนบทความ “ประเทศไทยกับการเป็นผู้นำในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ในโอกาสได้รับเกียรติรับเชิญเป็น “แชมเปี้ยนการขับเคลื่อนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ประจำปี 2016

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ