
Digital IQ
ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป รัฐบาลประกาศพลิกโฉมประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 รับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล (Digital Economy)
โดย...แบงก์กลิ้ง
ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป รัฐบาลประกาศพลิกโฉมประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 รับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล (Digital Economy) โดยทุ่มทั้งงบ และทรัพยากร ทำให้ทุกองคาพยพของประเทศเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน และมีพลังในการขับเคลื่อน
แต่เชื่อเถอะว่า จนถึงขณะนี้ยังมีคนสับสนและไม่เข้าใจว่า การขับเคลื่อนประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 คืออะไร ซึ่งคาดว่าคงจะงงเหมือนกับที่เข้าใจคลาดเคลื่อนว่า Start up และ SMEs แตกต่างกันอย่างไร กลายเป็นเรียกผู้ผลิตสินค้าโอท็อป ผู้ค้าขายอะไรก็ตามว่า สตาร์ทอัพไปหมด ทั้งที่ทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกัน
ที่คาดว่า คงจะเกิดอาการงงกันนี่ เพราะการอธิบายความให้เข้าใจตรงกันเป็นเรื่องที่ต้องทำกันต่อเนื่อง พูดซ้ำ ย้ำๆ จนทำให้เกิดความเข้าใจ ผู้เขียนได้ไปพบ ผลสำรวจไอคิวดิจิทัล (Digital IQ) ที่จัดทำโดยไพร้ซ์วอเตอร์เฮาส์ ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้ล่าสุดเป็นการสำรวจของปี 2557 เขาไปสำรวจซีอีโอและผู้บริหารฝ่ายไอทีกว่า 1,500 ราย ใน 36 ประเทศทั่วโลก
ผลจากการสำรวจนี้ถึงจะล่าช้าไปนิด แต่ก็น่าสนใจ ผลออกมาว่า ระดับความรู้ ความเข้าใจของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรส่วนใหญ่ต่อการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ (Digital IQ) โดยรวมยังต่ำมาก พบว่ามีซีอีโอทั่วโลกเพียง 20% เท่านั้น ที่มีไอคิวดิจิทัลอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่ง คือ มีความเข้าใจ มีความสามารถในการประเมินผลและนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนได้อย่างแท้จริง
ผู้บริหารในกลุ่มธุรกิจและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพ มีการปรับตัวต่อการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับองค์กรมากที่สุด (82%) รองมาคือ ธุรกิจยานยนต์ (80%) พลังงานและเหมืองแร่ (78%) ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีก (59%) กลับเป็นอุตสาหกรรมที่มีจำนวนผู้บริหารที่มีไอเดีย หรือเป็นผู้นำทางความคิดในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี (Digital Champions) น้อยที่สุด
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหารระดับสูงในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทและความสำคัญของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (Chief Informa tion Officer) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (Chief Marketing Officer) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของตลาด ช่วยให้องค์กรรู้เท่าทันโอกาสและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง
เขาเสนอแนะว่า สิ่งที่ช่วยยกระดับไอคิวดิจิทัลขององค์กร คือ วิสัยทัศน์ของผู้นำ ในการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ การปรับเปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจ หรือการเจาะตลาดใหม่ ผู้บริหารถึง 74% ระบุว่า การก้าวให้ทันเทคโนโลยี ถือเป็นความท้าทายที่ธุรกิจของตนกำลังเผชิญอยู่ แต่กลับพบว่า มีธุรกิจเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการหยิบยกประเด็นนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนหรือกลยุทธ์เพื่อหาแนวทางรับมือหรือหาโซลูชั่นส์ให้กับองค์กรอย่างแท้จริง
ซีอีโอควรเปิดรับไอเดียและสิ่งใหม่ๆ จากหลากหลายแหล่งทั้งภายในและนอกองค์กรเพื่อเปิดประตูสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง อาทิ ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในวงการหรืออุตสาหกรรมนั้นๆ เช่น นักวิเคราะห์ ผู้ขาย หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัย และห้องปฏิบัติการ
อ่านผลสำรวจแล้วก็เห็นว่า เรื่องเทคโนโลยีนี้เป็นเรื่องใหม่ หากผู้บริหารเป็นคนรุ่นเก่าเกิดในยุคเบบี้บูม ก็คงจะต้องทำความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีนานกว่าคนในเจเนอเรชั่นหลัง ยิ่งไปเจองานวิจัยระบุว่า ประเภทของเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากที่สุดในโลก 5 อันดับแรก ได้แก่ เทคโนโลยีบนมือถือ (Mobile Customer Technology) ระบบคลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud) การทําเหมืองข้อมูลและการวิเคราะห์ (Data Mining and Analysis) โซเชียลมีเดีย (Social Media) และการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศของลูกค้า (Cybersecurity) จะกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของทุกธุรกิจในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ทางเหล่าซีอีโอทั้งหลายคงต้องตื่นตัวที่จะเรียนรู้เรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ







