posttoday
หวังงบกลางปี ดันเศรษฐกิจฟื้น

หวังงบกลางปี ดันเศรษฐกิจฟื้น

06 มกราคม 2560

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ธ.ค. ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 73.7 สูงสุดในรอบ 3 เดือนได้ เพราะตัวเลขส่งออกในเดือน ต.ค.-พ.ย. ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี ทั้งช็อปช่วยชาติและมาตรการลดหย่อนภาษีด้านการท่องเที่ยว

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ธ.ค. ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 73.7 สูงสุดในรอบ 3 เดือนได้ เพราะตัวเลขส่งออกในเดือน ต.ค.-พ.ย. ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี ทั้งช็อปช่วยชาติและมาตรการลดหย่อนภาษีด้านการท่องเที่ยว

ขณะที่ในเดือน ต.ค.-พ.ย. ที่ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นผลกระทบหลักจากการดำเนินการกับทัวร์ศูนย์เหรียญผิดกฎหมาย รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ราคาพืชผลเกษตรที่ลดลง และคนไทยยังอยู่ในช่วงของความโศกเศร้า

“แต่ถึงตอนนี้แม้จะยังโศกเศร้า แต่คนไทยเริ่มปรับตัวกลับมาใช้จ่ายได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นในไตรมาสแรกปี 2560 ค่อยๆ ดีขึ้น และเศรษฐกิจในภาพรวมก็จะดีขึ้นตามลำดับ” ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุ

ขณะที่การส่งออกในช่วงต้นปี 2560 คาดว่าจะดีขึ้นเช่นกัน เพราะจากที่ได้สอบถามผู้ส่งออกทางเรือ พบว่ามีแนวโน้มการใช้ตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งออกสูงขึ้นมาก ซึ่งประเมินว่าการส่งออกน่าจะขยายตัวที่ 1-3% มีความเป็นไปได้ รวมทั้งนักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาเที่ยวประเทศไทย ราคาสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยน้ำตาล ปรับตัวดีขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่มีแนวโน้มจะขึ้นไปแตะ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลได้

นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกภาพเศรษฐกิจจะค่อยๆ ดีขึ้น และมีแรงส่งอีกครั้งคือช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงปลายเดือน ม.ค. และยังมีส่วนของการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำทั่วประเทศ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 5-10 บาท ทำให้คาดว่าในไตรมาสแรกเศรษฐกิจจะสามารถเติบโตได้ 3.2-3.3%

ธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลสามารถเบิกจ่ายงบประมาณกลางปี 1.6 แสนล้านบาท ลงไปใน 18 กลุ่มจังหวัดได้เร็ว ตั้งแต่เดือน มี.ค.-เม.ย. และกระจายการใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาส 2 เติบโตได้อย่างโดดเด่นที่ 3.3-3.7%

สำหรับครึ่งหลังของปี 2560 หากรัฐบาลสามารถผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในแผนงบประมาณรวม 9 แสนล้านบาท ได้สักครึ่งหนึ่ง หรือ 4-5 แสนล้านบาท ได้ตั้งแต่ประมาณเดือน ก.ค.เป็นต้นไป เป็นส่วนที่รับไม้ต่อจากงบกลางปีได้ ภาพที่จะเห็นต่อเนื่อง คือ ราคาสินค้าเกษตรและราคาน้ำมันจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น โดยกรอบน่าจะอยู่ที่ 1-1.5% ในครึ่งปีแรก และ 1.5-2.5% ในครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ อาจจะทำให้ผู้ประกอบการปรับเพิ่มราคาสินค้าขึ้นได้ แต่จะไม่สูงมากนัก เพราะการที่เงินเฟ้อพื้นฐานที่ทรงตัวอยู่ที่ 0.74% แสดงว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคไม่แข็งแกร่ง ยังไม่พร้อมที่จะรับราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ยังไม่มีแรงกดดันที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรก แต่อาจจะปรับขึ้นได้ในครึ่งหลังประมาณ 0.25% ซึ่งการส่งออกที่คาดว่าจะเป็นบวกและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เอกชน
เชื่อมั่นที่จะตัดสินใจลงทุนมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นต่างๆ ในเดือน ธ.ค.นั้น พบว่าดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 3 เดือนเช่นกัน โดยอยู่ที่ 80.7 จากเดือน ต.ค. และ พ.ย. ที่ 79.9 และ 75.8  ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่ ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 62.4  จากเดือน ต.ค. และ พ.ย. ที่ 60.7 และ 57.6 ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 66.5 จาก 63.1 และ 61.5 ในเดือน ต.ค. และ พ.ย. และดัชนีความเหมาะสมในการลงทุนทำธุรกิจเอสเอ็มอี ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 46.4 จาก 44.7 และ 42.7 ในเดือน ต.ค. และ พ.ย. ตามลำดับ

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ คาดการณ์ว่าการบริโภคของภาคประชาชนยังฟื้นตัวไม่มากนักในไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย เพราะมีความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปัจจุบันและในอนาคต อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการบริโภคน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงต้นไตรมาส 2 เป็นต้นไป ถ้าสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง และการส่งออกฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ ตลอดจนราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน