posttoday
เศรษฐกิจสร้างสรรค์กับลิขสิทธิ์

เศรษฐกิจสร้างสรรค์กับลิขสิทธิ์

01 กันยายน 2553

...พวงรัตน์ อัศวะพิศิษฐ์

ทรัพย์สินทางปัญญานั้น โดยหลักการการคุ้มครองแล้วจะต้องคุ้มครองงานที่มีการสร้างขึ้นใหม่ๆ ตามสติปัญญาและความสามารถของมนุษย์ แต่ประเทศที่มีความเจริญมาในอดีต มีผลงานมากมายที่เกิดจากสติปัญญา หรือเรามักจะเรียกกันว่า ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น พูดง่ายๆ คือ เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและมีความใหม่ในอดีต แต่ไม่ใช่ใหม่ในปัจจุบัน จะถือว่าควรให้ความคุ้มครองด้วยหรือไม่

ข้อโต้เถียงนี้มีหลายปีมาแล้ว โดยประเทศกำลังพัฒนาถือว่าควรต้องได้รับการคุ้มครองด้วย แต่ประเทศพัฒนาแล้วโต้เถียงว่า เมื่อขัดกับหลักการ “ความใหม่” ก็ไม่ควรได้รับการคุ้มครอง ซึ่งข้อโต้เถียงนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ

เรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์กับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ อาจเป็นแนวทางรอมชอมแนวทางหนึ่ง คือ ยอมให้ความคุ้มครองกับ “สิ่งใหม่ๆ หรืองานใหม่ที่สร้างขึ้นมาจากรากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาเดิม” ก็ได้ แต่ก็ยังมีมรดกทางวัฒนธรรม หรือภูมิปัญญาเดิมอีกมากที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง และยังเป็นข้อโต้เถียงกันอยู่ในเวทีโลกดังกล่าวแล้ว

ขณะเดียวกันก็ยังมีเรื่องใหม่มากๆ ที่ก็ยังไม่ได้รับการคุ้มครองอีกเช่นกัน เนื่องจากวิวัฒนาการของโทคโนโลยีทำให้กฎหมายในประเทศและความตกลงระหว่างประเทศยังครอบคลุมไม่ถึง หรือพอมีกฎหมายคุ้มครองอยู่บ้าง แต่ก็มีช่องโหว่อีกมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ การติดต่อสื่อสารของคนเราในปัจจุบัน เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสาร และสร้างเครือข่ายกันได้รวดเร็วสมใจนึก แทบจะเรียกได้ว่าเหมือนมาพบกันตัวเป็นๆ เลย แต่ที่จริงแล้วเป็นการทำผ่านเครื่องมือสมัยใหม่ที่กำลังฮิตติดอันดับ ไม่ว่าเป็นบล็อก Facebook BlackBerry (BB) ฯลฯ โดยเฉพาะในหมู่คนไทย ถ้าไม่ขยันเข้า Facebook เจอกับเพื่อนๆ หรือถ้าก๊วนไหนมีโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า “น้องบี” ก็ต้องมีกันให้ครบ ไม่งั้นอาจมีสิทธิตกข่าวได้ หรือบางคนที่นิยมเขียนเรื่องหรือแต่งนิยายเข้าไว้ในบล็อก (Blog) จับพลัดจับผลูก็ฮิตติดอันดับ และกลายเป็นนิยายขายดีจนเอาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ก็มี

แน่นอนเทคโนโลยียิ่งก้าวหน้ามากเท่าไร โอกาสที่ผู้ใช้จะทำผิดพลาด หรือนำไปใช้ในทางที่ผิดก็มีปะปนอยู่ด้วยมากขึ้น แต่โดยที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีรวดเร็วมีกฎระเบียบหรือกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ถึงแม้จะมีก็อาจยังไม่ครอบคลุมได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทยเรามีกฎหมายที่สำคัญ เช่น พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

แต่ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะการคุ้มครองลิขสิทธิ์ภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งเป็นเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง

ที่จริงการที่คนเราจะคุยกันทาง Facebook, BB หรือแม้แต่บล็อกก็ไม่น่าจะขัดกับพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์แต่อย่างใด เพียงการคุยในเรื่องต่างๆ หรือเล่าเรื่องตัวเองคงไม่เป็นไร แต่โดยที่การคุยกันนั้น มีทั้งการเล่าเรื่อง การตัดตอนบทความ รูป โคลงกลอน ฯลฯ มาแปะไว้เพื่อแบ่งกันอ่าน นี่ยังไม่นับการนำรูปคนอื่นมาแปะในลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือให้ร้ายเขา ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายฉบับอื่น แต่การนำโครงกลอน บทความ ฯลฯ ของคนอื่นมาแปะไว้เพื่อแบ่งกันอ่าน อาจเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ถ้าเจ้าของเขาไม่อนุญาต โดยเป็นการละเมิดในประเด็นของการเผยแพร่ ถึงแม้จะไม่ได้เก็บเงินก็ตาม เพราะเจ้าของเท่านั้นที่จะมีสิทธิเผยแพร่ และก็เช่นเดียวกัน ในกรณีของบล็อกก็อาจจะมีการเขียนนิยายต่างๆ โดยอาจแต่งพล็อต (Plot) เรื่องขึ้นเอง หรือนำพล็อตเรื่องของคนอื่นมาดัดแปลง แต่งเติมเสริมแต่ง ซึ่งถ้าเข้าใจกฎหมายลิขสิทธิ์ก็จะเข้าใจว่าได้ว่าไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะการนำพล็อตเรื่องมาเท่านั้น ไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ยกเว้นจะเป็นการนำรายละเอียดมาใส่ไว้ด้วย ก็จะเป็นอีกเรื่อง

คนที่ชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงควรจะได้เรียนรู้ไว้เพื่อไม่ให้กลายเป็นคนที่ไปละเมิดลิขสิทธิ์เขาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ก่อนอื่นก็ต้องทราบว่า การจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อะไรได้นั้น ต้องคิดสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาเองด้วยสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และความวิริยอุตสาหะของตนเองดังกล่าวแล้วตั้งแต่ต้น โดยจะเป็นเพียงแนวความคิด (Idea) ไม่ได้ แต่ต้องมีการแสดงออก และผลของการแสดงออกนั้นมีระดับการสร้างสรรค์ที่เพียงพอ เมื่ออะไรที่สร้างขึ้น มีองค์ประกอบเหล่านี้ผู้สร้างก็เป็นเจ้าของทันที โดยไม่ต้องไปจดทะเบียนที่ไหน ดังนั้นคนที่พูดว่า “ต้องไปจดลิขสิทธิ์” จึงเป็นการพูดผิด สิทธิในลิขสิทธิ์นั้นได้มาตั้งแต่ผู้สร้างได้สร้างสรรค์เสร็จ และเป็นเรื่องที่บัญญัติไว้ไม่เฉพาะกฎหมายของไทย แต่ในความตกลงระหว่างประเทศที่เรียกว่า เบิร์นคอนเวนชันก็บัญญัติไว้ด้วย

โดยทั่วไปผลงานนั้นจะได้รับการคุ้มครองตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์งาน บวกอีก 50 ปี และเจ้าของลิขสิทธิ์ก็มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ที่จะทำซ้ำหรือดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน ให้เช่าต้นฉบับ สำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือโสตทัศนวัสดุ (Audio Visual) ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง ตลอดจนให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ

สำหรับประเด็นอายุการคุ้มครองที่บวกให้หลังจากผู้สร้างสรรค์ตายนั้น อาจแตกต่างกันไปบ้างตามประเภทของงาน และกฎหมายของแต่ละประเภท เช่น กฎหมายไทยบวกให้อีก 50 ปี สำหรับงานสร้างสรรค์ทั่วๆ ไป แต่บวกให้อีกแค่ 25 ปี สำหรับศิลปะร่วมสมัย ส่วนกฎหมายของเม็กซิโกนั้น บวกให้อีก 100 ปี สำหรับงานลิขสิทธิ์ทั่วๆ ไป เป็นต้น

กฎหมายลิขสิทธิ์น่าจะเป็นกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสลับซับซ้อนฉบับหนึ่ง อาจไม่ใช่โดยตัวพระราชบัญญัติเอง แต่เป็นเพราะเทคโนโลยีที่วิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา และมีปัจจัยสำคัญคือ มนุษย์ ที่เป็นผู้สร้างสรรค์ และเป็นผู้ใช้ ในฉบับนี้จึงยังไม่สามารถกล่าวถึงรายละเอียดของงานอันมีลิขสิทธิ์และตัวอย่างเรื่องของ Facebook และ BB ได้ คงต้องขอไปต่อในคราวหน้า

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69