
ฝนยังถล่มเหนือ-อีสานอ่วมน้ำท่วมฉับพลันนาข้าวพังพินาศ
ภาคเหนือหลายจังหวัดยังเผชิญวิกฤตระทมทุกข์น้ำป่าทะลักท่วมฉับพลน ดินโคลนถล่มต่อเนื่อง ขณะที่ภาคอีสานนาระส่ำแม่น้ำชีเอ่อท่วมชัยภูมิจมบาดาล 1.5 พันหลัง
ภาคเหนือหลายจังหวัดยังเผชิญวิกฤตระทมทุกข์น้ำป่าทะลักท่วมฉับพลน ดินโคลนถล่มต่อเนื่อง ขณะที่ภาคอีสานนาระส่ำแม่น้ำชีเอ่อท่วมชัยภูมิจมบาดาล 1.5 พันหลัง
หลังเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ส่งผลให้ น้ำจากลำห้วยสนุกและลำห้วยน้อย ล้นสปริงเวย์ อ่างเก็บน้ำห้วยน้อย หรืออ่างเก็บน้ำสถานีวิจัยพืชสวนน่าน หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่บ้านผาตูบ ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน กว่า 50 หลังคาเรือน
กองพันทหารม้าที่15 นำโดยพ.ท.เทพฤทธิ์ เรือนคำ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 15 ได้นำกำลังพลทหาร ม.พัน15 ร่วมกับกู้ภัยอบจ.น่านและกู้ภัยอบต.ผาสิงห์ เร่งช่วยชาวบ้านผาตูบ ผาสิงห์ ต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน ขนย้ายทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า สัตว์เลี้ยงขึ้นไว้ที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมกันนี้กำลังพลจากม.พัน15 จนท.กู้ภัยอบจ.น่านและจนท.กู้ภัยอบต.ผาสิงห์ อป.พร. ก็ได้เร่งช่วยกันบรรจุกระสอบทรายจำนวนกว่าร้อยถุง เพื่อใช้ปิดกั้นไม่ให้น้ำท่วมเข้าภายในตัวบ้านบางหลังที่สามารถปิดกั้นป้องกันไว้ก่อนได้
ขณะเดียวกันที่ อ.สันติสุข ในช่วงเช้าประมาณ 7.30 น. ก็ได้มีฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้น้ำในระดับน้ำจากลำน้ำพงษ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเช้านี้ น้ำได้ทะลักไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและกัดเซาะถนนริมน้ำในหมู่บ้านบ้านหัวนา หมู่ที่ 9 ตำบลพงษ์ ซึ่งเป็นถนนเชื่อมไปบ้านป่าแดด หมู่ที่ 1 ต.พงษ์ เสียหายไม่สามารถใช้การได้ ท่อประปาเข้าหมู่บ้านขาดชาวบ้านขาดน้ำใช้ และเสาไฟฟ้าหักโค่นหลายแห่ง
นอกจากนั้นดินได้สไลด์ทำให้ต้นไม้ลงมาปิดเส้นทางระหว่างหมู่บ้านบ้านศรีนาม่าน หมู่ที่ 7 ตำบลพงษ์ กับบ้านหลักลาย 2 จุด โดยเฉพาะหอประชุมหมู่บ้านบ้านศรีนาม่านที่อยู่ติดลำน้ำพงษ์ ถูกน้ำกัดเซาะพังไปเกือบครึ่ง ชาวบ้านต้องช่วยกันรื้อและขนย้านทรัพย์สินออกจากหอประชุมอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันฝายกั้นน้ำพงษ์ที่อยู่เหนือหมู่บ้านบ้านพงษ์น้ำกัดเซาะสปริงเวย์เสียหายชาวบ้านพากันไปตรวจสอบเป็นระยะ ๆ ต่างวิตกกลัวฝายจะขาด ได้จัดเจ้าหน้าที่และชาวบ้านไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
นายจิตต์ เตลา รองนายก อบต.พงษ์ อ.สันติสุข กล่าวว่า หากฝายกั้นลำน้ำพงษ์เสียหายขาดลงจะทำให้ชาวบ้านบ้านศรีนาม่านจำนวนกว่า 100 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมเสียหายหนักทันที นอกจากนั้นอีก 2 ตำบล คือตำบลดู่พงษ์ ตำบลป่าแลวหลวง อีกกว่า 300 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมไปด้วย ขณะนี้ได้ประกาศเตือนชาวบ้านให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมแล้ว
ส่วนที่ตำบลป่าแลวหลวงน้ำได้เข้าท่วมบ้านดอนไชย หมู่ที่ 6 สะพานเหล็กบ้านสบยาง หมู่ที่ 5, ขาด สะพานไม้หมู่ที่ 6 บ้านสบยาง ข้ามล้ำน้ำมวบ บ้านหมู่ที่ 1 ป่าแลว บ้านหมู่ที่ 9 บ้านหลวงเจริญราษฎร์ น้ำเข้า สะพานขาดรวมทั้งสิ้น 5 แห่ง ชาวบ้านเดือดร้อนถูกน้ำยาง น้ำมวบไหลเข้าหมู่บ้านทำให้เครื่องใช้ในบ้าน เสียหาย สัตว์เลี้ยงสูญหายจำพวกหมู ไก่จำนวนมาก นอกจากนั้นถนนเชื่อมออกไปยัง อ.ปัวถูกน้ำท่วมสูง 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะนี้ทาง อบต.ป่าแลวหลวง และเจ้าหน้าที่ อปภร. หน่วยกู้ภัย อำเภอสันติสุขกำลังระดมกำลังช่วยเหลือชาวบ้าน
ขณะที่ จ.นครสวรรค์ น้ำในแม่น้ำยม ต.ท่าไม้ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ที่รับน้ำมาจากจ.ดพิจิตรเข้าท่วมบริเวณต.ท่าไม้และต.บางเคียน อ.ชุมแสง ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ในขณะปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำโดยเฉพาะหมู่ที่2-3-4-5-8 ต.ท่าไม้ และ หมู่ที่13-14 ต.บางเคียน อ.ชุมแสง เดือดร้อนขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นกว่าร้อยหลังคาเรือนแล้ว โดยระดับน้ำสูงกว่า 50 เซ็นติเมตร ในขณะที่พื้นที่ทางการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวได้รับผลกระทบต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้น้ำได้ไหลบ่าเข้าทุ่งนาข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวและข้าวที่ปลูกใหม่เสียหายกว่าสองพันไร่ ส่วนชาวนาอีกหลายรายที่น้ำยังท่วมไม่ถึงก็เร่งเสริมคันนาเพื่อป้องกันน้ำท่วมกันเป็นการด่วนแล้วนอกจากนี้ชาวบ้านแม่แปง หมู่ที่ 1 ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ สะพานเข้าหมู่บ้านถูกน้ำยมทลักเอ่อท่วมทำให้ชาวบ้านเดินทางออกไปติดต่อหมู่บ้านอื่นไม่ได้
นายสุริยันต์ กาญจนศิล รองผวจ.แพร่ รักษาการผู้ว่าแพร่ ได้สั่งให้ทาง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ เตรียมเรือ และเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและหาทางช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ส่วนระดับน้ำยมในจ.แพร่ที่จุดตรวจวัดลดลงเป็นระยะถ้าหากฝนไม่ตกเพิ่มคงจะเข้าปรกติ ขณะพื้นที่ในเขตเทศบาลและต.ป่าแมตและทุ่งกวาวมีน้ำท่วมขังเป็นบางพื้นที่แต่ยังไม่กระทบความเดือดร้อนหนัก
ส่วนที่ จ.สุโขทัย แม่น้ำยมที่มีความเร็วและแรง ด้วยความเร็ว 1,000 ลบ.เมตร ต่อ วินาที และเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมบ้านเรื่อนราษฎร ของ ม.1 ม.3 ม.4 ม.6 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย ในเวลา 3 นาฬิกา ของเช้าวันใหม่ทางกลางความเหนื่อยล้าของประชาชนที่ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา อ.เมืองสุโขทัย อบต.ปากแคว อส.ตชด.นักศึกษาวิทยาลัยการพลศึกษาและประชาชนที่อาศัยอยู่ 2 ฝั่งแม่น้ำยมในเขต อ.เมืองสุโขทัย ต่างต้องเร่งขนกระสอบทรายมาวางเสริมแนวคันตลิ่งเพื่อไม่ให้น้ำจากแม่น้ำยมไหลเข้าท่วม แต่ก็สุดจะทานได้ ทำให้น้ำล้นแนวที่วางกระสอบทรายกันไว้ ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของตนเอง ในขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำยมบริเวณหน้าจนผู้ว่าราชการสูงเกิน 7 เมตร และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างไร และคาดว่าน้ำจะมีปริมาณมากอย่างนี้อีก 2 - 3วัน
ที่จ.ชัยภูมิ น้ำป่าไหลหลากบนเทือกเขาภูเขียว ต้นกำเนิดแม่น้ำชี เขต อ.หนองบัวแดง ท่วมสูงกว่า 1 เมตร และพัดถล่มเข้าสู่เขตอ.หนองบัวระเหว เขตเทศบาลต.โคกสะอาด 6 หมู่บ้าน เสียหายหนักถูกตัดเร่งอพยพคนยันรุ่งเช้า ราษฎรเดือดร้อนกว่า 1,500 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายหลายร้อยไร่
นายณัฎฐพล เจริญพล นายกเทศมนตรีตำบลโคกสะอาด อ.หนองบังระเหว ต้องเร่งระดมเจ้าหน้าที่ อปพร. ประสาน ของความช่วยเหลือต่อทางจังหวัดเป็นการเร่งด่วน จัดชุดเข้าช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่อพยพคนสิ่งของขึ้นสูงที่สูงตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสถานการณ์น้ำป่าต้นน้ำชีทะลักเข้าท่วมอ.หนองบัวระเหว ผ่านลำเซียงทา-ลำกระจวน ยังคงรุนแรงมีรัดบน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง
ล่าสุดมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทำให้ราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านหนองม่วง หมู่ 6 ในเขตรับผิดชอบ 9 หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วหนักเสียหายหนักทั้งหมดเป็นวงกว้างไปแล้วกว่า 6 หมู่บ้าน กว่า 1,500 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ ถูกตัดขาดไม่สามารถเข้าออกได้ต้องเร่งอพยพราษฎรออกจากพื้นที่เป็นการด่วนแล้ว พร้อมเตรียมเสนอผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติจุดอันตรายแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ลำน้ำชี
ด้าน นายปฤหัส วงศ์ชัยภูมิ ชลประทานจังหวัดชัยภูมิ ประกาศแจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วมใหญ่เขตตัวเมืองชัยภูมิ,หนองบัวระเหว และเขว้าอ.บ้านเขว้า ภายใน 2 วันนี้ น้ำชีล้นตลิ่งสูงกว่า 1.3 เมตร อย่างเลี่ยงไม่ได้
ที่ จ.ยโสธร น้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาภูพานและป่าดงบังอี่ในเขตจ.มุกดาหารและสกลนคร ได้ไหลลงมาสมทบกับปริมาณน้ำในลำน้ำเซบายที่ไหลผ่านอ.เลิงนกทา,อ.กุดชุมและอ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำเซบาย เอ่อล้นตลิ่ง และไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรใน 3 ตำบล คือ ต.ศรีฐาน,ต.โพธิ์ไทร และต.เชียงพ็ง อ.ป่าติ้ว ได้รับความเสียหายกว่า 5,000 ไร่ นาข้าวจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 2 เมตร บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ในที่ลุ่มและติดกับลำน้ำถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมบ้านเรือน จำนวน 51 ครัวเรือน นอกจากนี้กระแสน้ำยังได้กัดเซาะถนนที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านเสียหายถูกตัดขาดเป็นช่วงๆ จำนวน 4 เส้นทาง
นายประดิษฐ์ รักเสรี นายอำเภอป่าติ้ว ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณเข้าให้การช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบเป็นการด่วนแล้ว พร้อมยืนยันว่าถ้าหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่อีกรอบคาดว่าคงอีกไม่เกิน 3 วัน ระดับน้ำที่ท่วมอยู่จะลดลงแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่คาดเอาไว้คิดว่าพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมไม่น่าจะได้รับความเสียหายทั้งหมด และได้จัดเจ้าหน้าที่และฝากเน้นย้ำให้ผู้นำชุมชนเฝ้าสังเกตระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจะได้เตรียมรับและเข้าให้การช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบได้ทันท่วงที
ที่จ.อำนาจเจริญ นายนิรันดร์ บุญสิงห์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆทั้ง 4 แห่งคืออ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน อ่างเก็บน้ำห้วยโพธิ์ อ่างเก็บน้ำห้วยสีโท และอ่างเก็บน้ำร่องน้ำชับ เก็บกักน้ำไว้เกินพิกัดและไหลทะลักออกทางช่องระบายน้ำล้นหรือสติงเวย์ส่งผลกระทบให้ประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ท้ายคลองส่งน้ำเจอกับปัญหาน้ำท่วมขังและนาข้าวเสียหายจากแรงน้ำพัดพาเป็นจำนวนกว่า 8 หมื่นไร่แล้ว
โดยเฉพาะในเขตอ.เมือง และอ.หัวตะพาน นาข้าวเริ่มเน่าเหม็นไปแล้วเป็นบางส่วนเพราะท่วมขังมานานกว่า 7 วันแล้ว สาเหตุจากน้ำที่ทะลักออกจากอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานไหลมาตามคลองส่งน้ำห้วยปลาแดก และที่สำคัญถนนหนทางการสัญจรไปมาเจอกับปัญหาน้ำท่วมขังเป็นจำนวนมาก คอสะพานระหว่างอำเภอ ระหว่างหมู่บ้านขาดเสียหายเป็นจำนวนกว่า 30-40 แห่ง ทาง อบจ.กำลังระดมช่อมแชมอยู่จากสภาวะที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำฝนวัดได้สูงสุด 140 ม.ม. นับว่าเป็นฝนที่ตกหนักในรอบ 20 ปีก็ว่าได้
ที่จ.กาฬสินธุ์ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ นายธนูสินธ์ ไชยสิริ นายอำเภอกมลาไสย นายเดชา พลกล้า รักษาราชการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ผู้บริหารเทศบาลตำบลในพื้นที่ร่วมตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมอันเกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนักติดต่อกันกว่า 3 สัปดาห์ จนส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจาก ลำพะยัง ด้าน อ.กุฉินารายณ์ ไหลเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรในหลายอำเภอถูกน้ำท่วมกว่า 35,000 ไร่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอกมลาไสย มีรายงานว่าถูกน้ำท่วมกว่า 25,000 ไร่ การตรวจสอบครั้งนี้ยังพบว่า มีถนนทางการเกษตรโดยเฉพาะระหว่างบ้านโนนไฮ ไปบ้าน โพนงาม ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และยาวเกือบ 1 กิโลเมตร ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ชาวบ้านต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กาฬสินธุ์ เกิดจากปริมาณของพายุฝนที่ตกหนักและตกติดต่อกันนานกว่า 3 สัปดาห์ และในหลายพื้นที่โดยเฉพาะ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย อ.กุฉินารายณ์ อ.เขาวง มีปริมาณฝนชุกมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน ทำให้เกิดการสะสมจากน้ำบนเทือกแล้วเกิดปัญหาน้ำหลากไหลเข้าสู่พื้นที่ราบลุ่มโดยเฉพาะ อ.กมลาไสย ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำปาว ได้ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว ในเบื้องต้นประเมินกว่า 25,000 ไร่ ในส่วนของทั้งจังหวัดคาดว่าจะมากกว่า 35,000 ไร่ ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัด ได้เตรียมการช่วยเหลือ ในส่วนของ ทางอำเภอร่วมถึง อปท.ในพื้นที่ ก็จะต้องเตรียมการป้องกันปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในระยะ 1 สัปดาห์นับจากนี้หากมีฝนตกลงมาก็จะทำให้เกิดน้ำท่วมได้ เนื่องจาก ทั้งลำน้ำปาวและลำน้ำชี ปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงเข้าขั้นวิกฤตแล้ว
ที่จ.สกลนคร นายประชุม โพนไชยยา ผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ไชยยา หมู่ที่ 8 ต.บ้านโพน อ.โพนนาแก้ว กล่าวว่า ปีนี้น้ำมาเร็วและมาปริมาณมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องเร่งระบายน้ำออกมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมเหนือหนองหาร โดยเฉพาะนาข้าวและบ้านเรือนราษฎรรวมไปถึงตัวเมืองด้วย โดยเฉพาะบ้านปู่พึ้ม ต.บ้านโพน ขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมทั้งหมู่บ้านจำนวน 30 หลังคาเรือน น้ำท่วมสูง เกือบ 1 เมตร ถนนทางเข้าหมู่บ้านคือ บ้านโพนใหญ่-บ้านปู่พึ้มและสายบ้านป่าผาง-บ้านปู่พึ้ม น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ซึ่งขณะนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และชาวบ้านกำลังอพยพสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่สูงแล้ว ส่วนบ้านเรือนราษฎรใต้ถุนสูงได้เก็บสิ่งของไว้ที่สูงเตรียมอพยพ ย้ายมาอยู่ที่สูงหากฝนไม่หยุดตกในคืนนี้
จากรายงานของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสกลนคร ในพื้นที่อำเภอวาริชภูมิ,อำเภออากาศอำนวย ,อำเภอบ้านม่วง,อำเภอพรรณนา นิคม ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาภูพาน ซึ่งน้ำได้เอ่อล้นลำห้วยปลาหาง ,ลำน้ำยามและลำน้าสงคราม น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร จากการสำรวจเบื้องต้น จำนวน 80,000 ไร่
ทางด้าน นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผวจ.สกลนคร ได้สั่งการให้อำเภอที่มีประชาชนอาศัยอยู่ติดกับลำน้ำ จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ พร้อมกับ จัดเตรียมเต้นท์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ที่คาดว่า หากฝนยังตกหนักเช่นนี้ ภายในสัปดาห์นี้จะเกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั้งนี้ยังได้เตรียมการให้ทางการชาดจัดหาถุงยังชีพไว้คอยช่วยเหลือแล้ว







