posttoday
เงินบาทแข็งไม่หยุดทำส่งออกรุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่ง

เงินบาทแข็งไม่หยุดทำส่งออกรุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่ง

31 สิงหาคม 2553

คาดว่าในสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะเฉลี่ยที่ 32.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากขณะนี้อยู่ที่ 31.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และเมื่อเทียบกับค่าเงินในประเทศเอเชียด้วยกันก็แข็งค่าขึ้นมาเหมือนกัน....

คาดว่าในสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะเฉลี่ยที่ 32.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากขณะนี้อยู่ที่ 31.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และเมื่อเทียบกับค่าเงินในประเทศเอเชียด้วยกันก็แข็งค่าขึ้นมาเหมือนกัน....

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ค่าเงินบาทเริ่มมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างรวดเร็ว และเริ่มจะสร้างปัญหากับเศรษฐกิจแล้ว โดยตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. เดือนเดียว เงินบาทแข็งค่าพรวดเดียว 3% แต่หากเทียบจากต้นปีที่แข็งค่าอย่างช้าๆ ขึ้นมารวมประมาณ 5-6% ซึ่งการแข็งค่าเดือนเดียวนี้ได้ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มตระหนักว่าจะสร้างปัญหาในอนาคต เพราะแข็งค่าค่อนข้างเร็วกว่าสกุลเงินประเทศในภูมิภาคเดียวกัน

เงินบาทแข็งไม่หยุดทำส่งออกรุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่ง

วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธปท. กล่าวว่า ถ้าหากเทียบตั้งแต่สิ้นเดือน ก.ค. ถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 1.2% ซึ่งแข็งค่าเป็นอันดับแรกเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน 10 ประเทศ

ความวิตกกังวลของ ธปท.นั้น ตอกย้ำด้วยมูลค่าการส่งออกในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาอยู่ที่ 20.6% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 46.3% เนื่องจากการขยายตัวที่ชะลอลงของเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าในเดือน ก.ค. ขยายตัว 36.1% สะท้อนการใช้จ่ายภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้น โดยมูลค่าการนำเข้าวัตถุดิบขยายตัวสูงถึง 53.9% ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวที่ 29.2% และสินค้าอุปโภคขยายตัว 20.4%

เมื่อเงินไหลเข้ามาพรวดเดียว ทำให้เงินบาทแข็งค่า 3% ธปท.ก็เริ่มคิดว่าจะปล่อยเงินบาทแข็งค่าไปเรื่อยๆ อย่างนี้ไม่ได้แล้ว จึงสั่งเร่งให้ธนาคารพาณิชย์รายงานข้อมูลซื้อขายเงินตราต่างประเทศเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ส่งแบบสอบถามเอกชนละเอียดยิบ ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.เป็นต้นไป

โดยสถาบันการเงินทุกแห่งจะต้องส่งข้อมูลการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ทั้งแบบซื้อขายทันทีและล่วงหน้า ในวงเงินตั้งแต่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไปเร็วขึ้น ในรอบสุดท้ายเป็นเวลา 16.30 น. จากกำหนดต้องส่งข้อมูลช่วงแรกเวลา 12.00 น.15.30 น. และ 17.30 น. ส่วนการซื้อขายหลังจากนั้นให้ส่งภายในเวลา 08.30 น. ของวันถัดไป

นอกจากนี้ ธปท.ได้ออกแบบสอบถามจากสถาบันการเงินและภาคเอกชน เรื่องผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อการดำเนินงานและข้อจำกัดในการป้องกันความเสี่ยง รวมถึงวิธีแก้ปัญหา

สิ่งที่ ธปท.ทำนี้ ก็เพราะต้องการทราบว่าความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในลักษณะใดจะส่งผลต่อธุรกิจมากที่สุด เช่น การขึ้นๆ ลงๆ หรือการแข็งค่าหรืออ่อนค่าต่อเนื่องเป็นเวลานาน และที่สำคัญ ธปท.ยังให้ภาคธุรกิจส่งออกระบุค่าเงินบาทว่าอัตราเท่าไรที่ทำให้ธุรกิจอยู่ไม่ได้ด้วย

อย่างไรก็ดี หากดูตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่าที่สุด และยังคงแข็งค่าในระดับที่ใกล้เคียงกับภูมิภาค แต่เงินริงกิตมาเลเซียกลับแข็งค่ามากที่สุด คือ แข็งค่าขึ้นถึง 9% ขณะที่ไทยค่าเงินแข็งค่าขึ้น 6.5% อยู่ที่อันดับ 2

แม้เงินบาทจะแข็งค่ามากขึ้น แต่ยังไม่ได้ยินเสียงผู้ส่งออกก่นด่ารัฐบาลที่ไม่ดูแลค่าเงินให้อ่อนค่าลง ซึ่งผิดปกติของผู้ส่งออก

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า หากเงินทุนยังไหลเข้าไม่หยุด อาจจะเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าไปแตะที่ระดับ 31.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่คาดว่าไม่น่าจะหลุดกรอบ 31 บาทไปได้ หากไหลลงไปอีกก็จะแข็งค่าจนผู้ส่งออกรับไม่ได้

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขนาดนี้ยังไม่ได้ยินเสียงโวยจากผู้ส่งออก ก็เพราะผู้ส่งออกยังมีออร์เดอร์เก่าค้างอยู่ในมือ

แต่ในอีก 3-4 เดือนข้างหน้าออร์เดอร์ใหม่จากต่างประเทศที่เข้ามา ก็จะต้องใช้ค่าเงินบาทล่าสุด เมื่อถึงเวลานั้นหากค่าเงินบาทยังแข็งค่าผู้ส่งออกก็จะเริ่มกดดันรัฐบาลให้ดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไป

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ออร์เดอร์ที่ผู้ส่งออกรับมานั้นยังเป็นออร์เดอร์ที่เป็นราคาเมื่อค่าเงินบาทยังอ่อนตัวกว่านี้ ซึ่งผู้ส่งออกอาจจะเสียเปรียบเวียดนามที่ประกาศลดค่าเงินด่องประมาณ 10% แต่ไทยยังได้เปรียบประเทศคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซียทำให้ผู้ส่งออกไม่ออกมาบ่นเรื่องค่าเงินแต่อย่างใด

“สินค้าที่ส่งออกและได้ออร์เดอร์ล่วงหน้าเยอะก็คือ รถยนต์ อาหาร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเรามีคู่แข่งน้อยและเราเป็นเจ้าตลาดอยู่ แต่หากเป็นสินค้าอื่นอาจจะมีปัญหาในเรื่องการแข่งขันด้านราคา” แหล่งข่าวเปิดเผย

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทของไทยยังคงเกาะกลุ่มไปกับประเทศในภูมิภาคนี้ เพราะเงินไหลเข้าทั้งภูมิภาคจึงยังไม่ทำให้เกิดปัญหาแข่งขันส่งออกไม่ได้

ด้าน สาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดว่าในสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะเฉลี่ยที่ 32.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากขณะนี้อยู่ที่ 31.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และเมื่อเทียบกับค่าเงินในประเทศเอเชียด้วยกันก็แข็งค่าขึ้นมาเหมือนกัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น จึงไม่ได้ทำให้ไทยมีปัญหาด้านการแข่งขัน แต่ก็มีบางประเทศที่ค่าเงินอ่อนตัวกว่าไทย ได้แก่ จีน ขณะที่มาเลเซียมีค่าเงินแข็งกว่าไทย

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ค่าเงินบาทของหน่วยงานต่างๆ ก็ได้สร้างความกังวลใจแก่ผู้ส่งออก จึงพากันแห่ไปซื้อป้องกันความเสี่ยงจากธนาคารพาณิชย์ ยอมเสียเงินค่าธรรมเนียมเพื่อความสบายใจ

และหากค่าเงินบาทยังแข็งค่าไม่หยุด เชื่อว่าในเร็วๆ นี้ ธปท.อาจจะต้องออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าเกินไป จนฉุดการส่งออกที่กำลังโลดลิ่วให้รุ่งริ่ง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69