
'เบสท์ริน' แย้มส่งรถ ก่อนปีใหม่
เบสท์ริน แย้ม ส่งมอบรถเมล์ล็อตแรก 100 คัน ก่อนปีใหม่ ขสมก.เตรียมประชุมเคาะแนวทางรับมือ
เบสท์ริน แย้ม ส่งมอบรถเมล์ล็อตแรก 100 คัน ก่อนปีใหม่ ขสมก.เตรียมประชุมเคาะแนวทางรับมือ
นางมสารัศม์ ธนรัตน์ปัณณโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัทยังไม่ได้ส่งหนังสือชี้แจงแผนส่งมอบรถให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เนื่องจากยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการจ่ายค่าปรับวงเงิน 370 ล้านบาท กรณีรถ 100 คันแรก ซึ่งต้องรอกรมศุลกากรสรุปรายละเอียดขั้นตอนการจ่ายภาษีและค่าปรับก่อนจึงจะสามารถส่งมอบแผนให้กับ ขสมก.ได้
“บริษัทมีความพร้อมจะจ่ายเงินทันที หากกรมศุลกากรสรุปรายละเอียดแล้วเสร็จ เพื่อนำรถเมล์ล็อตแรกจำนวน 100 คัน ส่งมอบให้กับ ขสมก. โดยคาดว่าจะสามารถส่งมอบรถล็อตแรกได้ภายในสิ้นปีนี้ ก่อนที่จะส่งมอบรถอีกจำนวน 389 คัน ภายในเดือน ม.ค.” นางมสารัศม์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ยืนยันว่าจะส่งมอบทีเดียวทั้งหมดหรือจะแยกเป็นล็อตไป โดยบริษัทจะพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเร่งรัดหาทางแก้ไขปัญหากับกรมศุลกากร ส่วนตอนนี้ทำได้เพียงรอกรมศุลกากรสรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการส่งมอบรถต่อไป หากกรมศุลกากรจบปัญหาดังกล่าวได้เร็วประชาชนจะได้ใช้รถเมล์รุ่นใหม่เร็วด้วยเช่นกัน
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ในวัน 21 ธ.ค. จะมีการประชุมบอร์ด ขสมก. ที่มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะมีการพิจารณากรณีของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ที่ไม่สามารถดำเนินการส่งมอบรถได้ตามสัญญาที่กำหนด ซึ่งบอร์ดให้ฝ่ายบริหารไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร
ทั้งนี้ ขสมก. เตรียมแผนเสนอเป็น 2 ทางเลือก คือ กรณีได้รับมอบรถกับกรณีไม่ได้รับมอบรถ จะมีแผนบริหารจัดการอย่างไร หรือหากนำไปสู่การยกเลิกสัญญาจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นหากไม่สามารถรับมอบรถล็อตใหม่ได้ทาง ขสมก.จะต้องนำรถเดิมที่มีอยู่มาให้บริการตามจำนวนที่มี
“จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันหรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางบริษัท ดังนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการส่งมอบรถหรือไม่อย่างไร ดังนั้น ไม่สามารถบอกได้ เพราะทราบว่าทางกรมศุลกากรยังไม่ได้มีการแจ้งเรื่องตัวเลขและค่าปรับต่างๆ จึงยังไม่มีการนำรถออกมา” นายสุระชัย กล่าว
ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้สอบถามไปยังบริษัท ซุปเปอร์ ซาร่า ผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี เพื่อให้มาชำระภาษีเพิ่มเติมสำหรับรถจำนวน 389 คัน ที่แจ้งถิ่นกำเนิดจากจีน เพื่อจะได้นำรถออกจากท่าเรือแหลมฉบัง โดยคิดเป็นเม็ดเงินภาษี 571 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ซุปเปอร์ ซาร่า แจ้งว่ายังไม่พร้อมจ่ายเงิน
ขณะที่รถเมล์ล็อตแรกจำนวน 100 คัน กรมศุลกากรอยู่ระหว่างออกแบบแจ้งคดีกับบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า เพื่อให้มาจ่ายภาษีและค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 2 เท่าของค่าภาษี ก่อนจะนำรถออกจากท่าเรือตามกฎหมายศุลกากร แต่หากไม่จ่ายเงินและค่าปรับก็จะแจ้งความดำเนินคดีต่อไป







