
ลุยรื้อรีสอร์ทเขาค้อ
เจ้าหน้าที่เตรียมเข้ายึด 2 รีสอร์ทเขาค้อหลังปีใหม่ อยุธยาเดินหน้าจัดระเบียบร้านค้าบุกรุกริมถนนเขตโบราณสถาน
เจ้าหน้าที่เตรียมเข้ายึด 2 รีสอร์ทเขาค้อหลังปีใหม่ อยุธยาเดินหน้าจัดระเบียบร้านค้าบุกรุกริมถนนเขตโบราณสถาน
นายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย ปลัดอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ในฐานะคณะเจ้าหน้าที่ในชุดปฏิบัติการ เปิดเผยว่า หลังคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดดำเนินคดีกับ 4 รีสอร์ทบนเขาค้อเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังเหลือเป้าหมายรีสอร์ทอีก 2 แห่งที่ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งทางอำเภอเมื่อเดือน ต.ค. 2557 โดยการห้ามก่อสร้างต่อเติมสิ่งปลูกสร้างใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่จะดำเนินการหลังเทศกาลปีใหม่ไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีรีสอร์ททั้ง 4 ราย ก็อยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ โดยคดีนี้มีนายอำเภอเขาค้อเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนด้วย ส่วน รอส.เดิมที่ถือครองที่ดินทั้ง 4 แปลงก่อนเปลี่ยนมือไปให้นายทุนครอบครองกระทั่งมีการลงทุนก่อสร้างอาคารที่พักและรีสอร์ทอย่างอลังการนั้น ทางฝ่ายทหารแจ้งว่าทราบชื่อทั้งหมดแล้วพร้อมรายงานและเสนอให้กองทัพภาค 3 พิจารณาปลดจากความเป็นราษฎรอาสาที่ทางทหารขออนุญาตจากกรมป่ามาจัดสรรให้ราษฎรที่ช่วยรบ มาทำกิน แต่เปลี่ยนมือไม่ได้ (รอส.)
ทั้งนี้ หลังจากนายฐิติศักดิ์ กันเขตต์ นายอำเภอเขาค้อ นำคณะเจ้าหน้าที่ทำการบุกยึดดำเนินคดีกับ 4 รีสอร์ทเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยยังเหลืออีก 2 รีสอร์ทเป้าหมาย แต่ภายหลังผ่านระยะเวลาไปกว่า 10 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด กระทั่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งกระแสข่าวลือถึงสาเหตุว่าไปสะดุดตอทำให้ต้องชะลอการจับกุมไว้ชั่วคราว ส่งผลให้มีการจับตาว่าท้ายที่สุดทางคณะเจ้าหน้าที่จะขยับเดินหน้าต่อหรือไม่
ด้าน นายปรีชา ขันธไพรศรี รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ร.ท.มงคล มงกุฎ หัวหน้าชุดปฎิบัติการกิจการพลเรือน จ.พระนคร ศรีอยุธยา รวมทั้งกำลังทหารและตำรว สภ.พระนคร ศรีอยุธยา ได้เดินสำรวจความคืบหน้าการรื้อถอนร้านค้าริมถนนชีกุน ซึ่งพบว่าในฝั่งของสำนักงานทีโอทีด้านกองกำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประมาณ 50 กว่าร้าน ยังคงขายปกติและยังไม่มีการรื้อถอน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดปัญหาจากผู้เช่าช่วงกับผู้อ้างสิทธิ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจและแนะนำให้ย้ายภายในวันเดียวกันนี้ หรือภายใน 24 ชม. ซึ่งในวันที่ 19 ธ.ค.จะต้องรื้อถอนให้เสร็จสิ้น หากยังอยู่ก็จะดำเนินการปรับวันละ 2,000 บาท ข้อหาบุกรุกซึ่งระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจนั้นก็มีเจ้าของร้านที่อ้างตัวเป็นผู้ดูแลการเก็บเงินบริเวณดังกล่าวแสดงความไม่พอใจเจ้าหน้าที่
นายปรีชา กล่าวอีกว่า จากการที่ได้จัดระเบียบเพื่อรักษาความเป็นมรดกโลกของ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้จัดสถานที่ใหม่ให้แล้ว และทุกร้านรับทราบว่าจะต้องย้ายภายในวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่พบว่ามีร้านจำนวนมากยังดื้อดึงไม่ยอมถอย จึงสั่งการเด็ดขาดว่าหากไม่รื้อภายในวันที่ 19 ธ.ค.จะปรับวันละ 2,000 บาท







