
ธุรกิจเชื่อปี'60เศรษฐกิจขาขึ้น
เอกชนมั่นใจเศรษฐกิจปี 2560 ฟื้นตัว จีดีพีขยายตัว 3.5-4% ภาครัฐเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เอกชนมั่นใจเศรษฐกิจปี 2560 ฟื้นตัว จีดีพีขยายตัว 3.5-4% ภาครัฐเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนาเจาะลึกเศรษฐกิจและการเงินไทยปี 2017 ว่า เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจในปี 2560 จะเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ โดยจีดีพีจะขยายตัวที่ 3.5-4% เนื่องจากตลอดปี 2559 ตลาดยังกังวลภาวะภัยแล้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรไม่ขยายตัวมาก
ทั้งนี้ ประกอบกับราคาน้ำมันลดลงไปมากช่วงต้นปี ส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม ขณะที่ช่วงปลายปีนี้ราคาน้ำมันอยู่ในภาวะฟื้นตัวมากขึ้น จึงส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นตามลำดับ หลายอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวตาม กำลังซื้อปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นด้วย
สำหรับการส่งออกปี 2560 คาดว่าจะขยายตัว 0-2% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ติดลบ 1-0% เนื่องจากตลาดต่างประเทศได้รับอานิสงส์การปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพราคาสินค้าอื่นๆ โดยสัญญาณของปัจจัยบวกดังกล่าวสะท้อนถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่สำรวจโดย ส.อ.ท.ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาที่กลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าก็ขยายตัวเช่นกัน
ด้าน นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะช่วงต้นปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว โดยต้นปีราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ที่ 26 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และเริ่มขยับขึ้นเรื่อยมา ส่วนในปี 2560 คาดว่าราคาจะอยู่ในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยจะขยับขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้ เนื่องจากกลุ่มโอเปกและกลุ่มนอกโอเปกที่มีรัสเซียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ประกาศลดกำลังการผลิตลง
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันและอนาคตคือ 1.ความไม่แน่นอนของภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับผลกระทบจากภายนอก เช่น ตลาด ผู้บริโภค 2.การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 3.ความซับซ้อนของการพัฒนาและการอนุรักษ์ เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้การพัฒนาต้องใช้เทคโนโลยีและรูปแบบที่หลากหลาย ขณะที่ต้องอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่ในสภาวะที่สมดุล ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ และ 4.ความคลุมเครือของปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดไป ซึ่งภาครัฐได้เตรียมความพร้อมในการสร้างคลังและท่อก๊าซเพิ่ม
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกลยุทธ์ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ในปี 2560 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมจะเติบโตได้ 5% หรือมาอยู่ที่ 6.7 แสนล้านบาท จากปีนี้ที่มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 6.5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการยังมีการเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม จากความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสามารถเติบโตได้ 5% หรือมาอยู่ที่ 3.7 แสนล้านบาท ขณะที่ตลาดอสังหาฯ ในต่างจังหวัดยังทรงตัวอยู่ที่ 3 แสนล้านบาทเท่ากับปีนี้
ด้าน นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี กล่าวว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะขับเคลื่อนด้วยการลงทุนของภาครัฐที่จะมีเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 4 แสนล้านบาท จะส่งผลต่อเนื่องมายังธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ทำให้ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งช่วง2 ปีที่ผ่านมาตลาดปูนซิเมนต์แค่ทรงตัว







