
ห่วงทะเลพัทยาวิกฤต เหตุระบบบำบัดน้ำเสียหมดสภาพใช้งานได้แค่20%
โฆษกเมืองพัทยาเผยทะเลพัทยาส่อวิกฤต หลังระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงทะเลหมดสภาพใช้งานได้แค่ 20%
โฆษกเมืองพัทยาเผยทะเลพัทยาส่อวิกฤต หลังระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงทะเลหมดสภาพใช้งานได้แค่ 20%
นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี โฆษกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า คณะผู้บริหารเมืองพัทยาชุดปัจจุบันได้เดิน ทางไปตรวจสอบยังโรงบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา เพื่อติดตามข้อเท็จจริงถึงสภาพการใช้งานในปัจจุบัน หลังได้รับการร้องเรียนจากอดีตข้าราชการระดับสูงของจังหวัดชลบุรีรายหนึ่งว่า ปัจจุบันมีน้ำเน่าเสียถูกปล่อยไหลลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดวงศ์อมาตย์ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ สิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าเครื่องจักรของโรงบำบัดน้ำเสียที่ใช้งานมานานมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากขาดการซ่อมบำรุงรักษา โดยเฉพาะระบบหม้อแปลงไฟฟ้าของระบบที่เสียหายชำรุดมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาก่อนปล่อยลงสู่ทะเลมีประสิทธิภาพการทำงานลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่ง
สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยามูลค่า 1,800 ล้านบาท ที่ก่อสร้างมานานนับสิบปีนั้นที่ผ่านมามีการว่าจ้างบริษัทเอกชนภายนอกเข้ามาทำหน้าที่ในการดูแลระบบรวมในระยะครั้งละ 3 ปี ในอัตราค่าจ้างกว่า 30 ล้านบาทซึ่งปัจจุบันได้หมดสัญญาไปแล้ว ทางผู้บริหารจึงใช้อำนาจพิเศษในการว่าจ้างให้เข้ามาดูแลชั่วคราวในระยะเวลา 3 เดือนในขณะนี้ก่อนที่จะทำการว่าจ้างเอกชนรายใหม่เข้ามาดูแล
อย่างไรก็ตามจากกรณีที่ทางคณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้ลงไปตรวจสอบก็พบว่าทางบริษัทที่ว่าจ้างไว้แต่เดิมนั้นจะดูแลเพียงเรื่องของระบบเพียงอย่างเดียว ขณะที่การดูแลซ่อมแซมเครื่องจักรกลไม่ได้รวมอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาการชำรุดก็ต้องมีการทำเรื่องผ่านสภาเมืองพัทยาเพื่อขอจัดสรรงบประมาณและดำเนินการตามระเบียบทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไข และผลกระทบต่อการบำบัดน้ำเสียในภาพรวม ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดที่จะทำสัญญาว่าจ้างเอกชนรายใหม่ที่สามารถดูแลระบบได้ทั้ง 2 ประเภทตลอด 24 ชม.เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
นายธเนศ กล่าวว่า ขณะนี้จากผลพวงของความเสื่อมโทรม และระบบเครื่องจักรที่เสียหายทำให้ความสามารถในการบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาซึ่งควรจะบำบัดได้ในอัตรา 65,000 ลบ.ม./วัน จะเหลือเพียงความสามารถที่ใช้งานได้จริงเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ทำให้มีปริมาณน้ำเสียไหลทะลักลงสู่ทะเลบริเวณใกล้หน่วยกู้ภัยทางทะเลและชายฝั่งหาดวงศ์อมาตย์เกิดขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางคณะผู้ บริหารเมืองพัทยากำลังพยายามเร่งหาแนวทางการแก้ไขเร่งด่วน เพราะอาจจะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในระยะสั้นได้ โดยเบื้องต้นได้ประสานให้กองช่างสุขาภิบาลเร่งจัดหาหม้อแปลงไฟฟ้าสำรองเพื่อนำมาใช้แก้ไขเป็นการชั่วคราวไปก่อน ก่อนจะนำข้อมูลเสนอต่อสภาเมืองพัทยาพิจารณาจัดสรรงบประ มาณดูแลจัดการเรื่องดังกล่าวต่อไป







