
ครูตู้แห่ง‘ไกลกังวล’ โรงเรียนของพระราชา
21 ปีมาแล้วที่ “ครูตู้” จาก “สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” แห่งโรงเรียนวังไกลกังวล
โดย...ไชยวัฒน์ สาดแย้ม
21 ปีมาแล้วที่ “ครูตู้” จาก “สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” แห่งโรงเรียนวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถ่ายทอดสดการเรียนการสอนออกไปให้โรงเรียนอีกหลายพันแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งประเทศลาว ได้มีโอกาสรับความรู้จากครูผู้สอนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ไปพร้อมๆ กัน
โอกาสซึ่งนักเรียนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือพื้นที่ห่างไกลความเจริญเหล่านี้ได้รับอย่างเท่าเทียมกันนี้ มาจากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ 9
แม้จะเกษียณอายุราชการมาแล้วถึง 10 ปี แต่ ณรงค์ฤทธิ์ ศักดารณรงค์ อดีตอาจารย์โรงเรียนวังไกลกังวล ก็ยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จนกล่าวได้ว่า อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์นั้นเป็นผู้ดูแลสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาแห่งนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2538 จนถึงปัจจุบัน
“ผมและภรรยาเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่ จ.ปัตตานี ตั้งแต่ปี 2518 มีโอกาสได้พัฒนาปอเนาะจนเป็นโรงเรียนที่มีการพัฒนาสูง ต่อมาได้มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ จ.ยะลา ก็ได้มีโอกาสพัฒนาโรงเรียนที่มีนโยบายพิเศษ ต่อมาในปี 2533 ท่านขวัญแก้ว (ขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายกิจการพิเศษ และประธานกรรมการบริหารโรงเรียนวังไกลกังวล) ได้ขอความร่วมมือไปทางกระทรวงศึกษาฯ หาอาจารย์เข้ามาช่วยทำการสอนนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล เนื่องจากขาดแคลนอาจารย์ผู้สอนเป็นอย่างมาก ซึ่งทางกระทรวงได้ส่งผมและภรรยาเข้ามาสอนยังโรงเรียนวังไกลกังวล” อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ เล่าถึงที่มา ซึ่งได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับโรงเรียนวังไกลกังวล
กระทั่งปี 2538 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีแนวพระราชดำริลงมาว่า “การศึกษาของชาติ ถ้ามองโดยรวมแล้วยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่ นักเรียนในชนบทที่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดารยังด้อยโอกาส ถ้าหากโรงเรียนวังไกลกังวลจัดการเรียนการสอนในรูปแบบโทรทัศน์เพื่อการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดการเรียนการสอนจากห้องเรียนไปยังโรงเรียนเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าช่วยได้เฉพาะโรงเรียนวังไกลกังวล แต่จะเป็นการแบ่งปันที่เป็นการขยายโอกาสให้โรงเรียนที่เขาขาดแคลนในชนบทได้ประโยชน์ไปด้วย โดยใช้ห้องเรียนโรงเรียนวังไกลกังวลเป็นต้นทางที่ไม่ใช่ต้นแบบ”
อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ บอกว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ไม่ได้ทรงคัดเลือกครูมาจากที่อื่น พระองค์ท่านไม่ได้ทรงทอดทิ้งครูโรงเรียนวังไกลกังวล และครูที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นครูที่เก่ง
“พวกเรามีหน้าที่ทำงานสนองพระบรมราโชบายอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ท่าน ที่ว่า ‘เราจะช่วยเหลือเกื้อกูลโรงเรียนปลายทาง’ เพราะว่าโรงเรียนวังไกลกังวลในตอนนั้นได้มีการพัฒนาให้ทันสมัยก้าวหน้าขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เคยขาดแคลนก็ได้รับการแก้ไขไปจนหมดแล้ว ดังนั้นโรงเรียนวังไกลกังวลจึงทำหน้าที่เป็นโรงเรียนต้นทางในการให้ความช่วยเหลือโรงเรียนปลายทางที่ขาดแคลนครูผู้สอน ถ่ายเทความรู้ไปสู่เด็กในชนบทในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนปลายทางที่ขาดแคลนครูผู้สอน ทำให้เด็กๆ ได้รับความรู้ความสามารถอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกันทั่วทั้งประเทศไทยได้ในวันเวลาเดียวกันหมด”
การออกอากาศเป็นปฐมฤกษ์เริ่มในวันที่ 5 ธ.ค. 2538 หลังจากนั้นไม่นาน โรงเรียนวังไกลกังวลก็ต้องยกระดับคุณภาพขึ้นมา ครูต้องไปเรียนรู้ คำว่าโรงเรียนต้นทางจึงพัฒนาไปจนกลายเป็นโรงเรียนต้นแบบ คือกลายเป็นต้นแบบของการเรียนการสอนในระบบทางไกลผ่านดาวเทียม
นอกจากประเทศไทยแล้ว ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็ได้พระราชทานอุปกรณ์รับสัญญาณให้กับโรงเรียนรัฐชั้นนำของประเทศลาวอย่างโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์ทิพย์ในเวียงจันทน์ โดยนำไปติดให้ในห้องพิเศษหรือห้องเด็กอัจฉริยะ นอกจากนี้ ยังมีสถานศึกษาอีกหลายแห่งในเวียงจันทน์ ที่แขวงบ่อแก้ว นครจำปาสัก
กว่า 20 ปี ที่ถวายงานรับใช้ในโรงเรียนวังไกลกังวล หลายโอกาสที่ได้ฟังรับสั่งจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ในด้านการศึกษา ทำให้อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ตั้งใจจะสนองพระราชปณิธานด้านการศึกษาด้วยชีวิต
“ครั้งหนึ่งขณะที่ผมพร้อมคณะครูและนักเรียนวังไกลกังวลมายืนเข้าแถวที่สนามในวังไกลกังวลเพื่อส่งเสด็จ พระองค์ท่านเสด็จฯ มาจนถึงท้ายแถวที่ผมยืนอยู่ แล้วมีรับสั่งว่า ‘ให้ดูแลนักเรียนให้ดี และให้ร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล เนื่องจากโรงเรียนวังไกลกังวลนักเรียนบางคนเขาเรียนไม่เก่งไม่เป็นไร ดังนั้นจะให้เขามุ่งเข้ามหาวิทยาลัยทั้งหมดก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นถ้าเขาไม่สามารถไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ก็ให้เขาได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่วิทยาลัยการอาชีพ ให้เขาเรียนทางวิชาชีพ เมื่อจบออกมาแล้วเขาจะได้ช่วยเหลือเลี้ยงดูตนเองได้ มีความรู้ในทางปฏิบัติ’ พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกลและมีความลึกซึ้ง จึงเกิดวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวลขึ้นในโรงเรียนวังไกลกังวล” อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ เล่าถึงพระราชกระแสรับสั่ง
และอีกรับสั่งที่จดจำไม่รู้ลืมคือ “ถ้าครูทุกคนมีจิตวิญญาณของความเป็นครู ครูก็จะอบรมบ่มนิสัยของนักเรียนได้ด้วยความรักความเมตตาของความเป็นครู”
“พระองค์ท่านทรงเน้นย้ำว่า ‘ฝากไว้ด้วย ถ้ามีปัญหาอย่างใด ก็อย่าได้ไล่เด็กเขาออกจากโรงเรียน เพราะเขาไม่มีที่ไป จึงบากหน้ามาพึ่งโรงเรียนวังไกลกังวล โดยคิดว่าเป็นโรงเรียนของพระเจ้าอยู่หัว ก็ให้ช่วยเหลือเขา ถ้าไปไล่เขาออกจากโรงเรียน ก็เหมือนกับไปซ้ำเติมชีวิตเหมือนเขาตกนรก’ ซึ่งพระองค์ท่านทรงใช้คำง่ายๆ แต่กินใจ ทำให้ผมรู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมาก จึงกราบบังคมทูลต่อพระองค์ท่านไปว่า ‘ ข้าพระพทุธเจ้า นายณรงค์ฤทธิ์ ศักดารณรงค์ ขอเอาชีวิตเป็นราชพลีทางการศึกษา มิหวั่นไหวต่อปัญหาและอุปสรรคใดๆ’”
วันนี้ การเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านมาถึง 21 ปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้เยาวชนของชาติมีสิทธิได้เรียนรู้โดยเท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์







