
เปิดร่างกฎหมายพรรคการเมือง จุดเริ่มดึงคนดีบริหารชาติ
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้แถลงสรุปสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้แถลงสรุปสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยมีทั้งหมด 129 มาตรา 10 หมวด บวกบทเฉพาะกาล ซึ่งยังสามารถปรับแก้ไขเพิ่มเติมได้ตราบใดยังไม่ส่งให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งตัวร่างดังกล่าวเป็นกฎหมายลูกฉบับแรก เพื่อเตรียมดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ในกฎหมายเกี่ยวข้อง 4 ฉบับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
อุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. ระบุว่า หลักการสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวต้องการให้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือที่รัฐธรรมนูญหวังว่า เป็นการนำพา สส.หรือนำพาคนดีเข้ามาจัดการบริหารประเทศ ดังนั้น ต้นทางหวังให้เป็นพรรคการเมืองที่ดี จึงบังคับให้ สส.ต้องสังกัดพรรค หากเริ่มต้นไม่ดี เอาคนไม่ดีมาทำงาน หรือเอามาทำงานแทนกลุ่มผลประโยชน์ สังคมก็จะเป็นอย่างที่ทราบ
ทั้งนี้ เอกสารร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ เช่น การจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้มีองคาพยพรวมถึงกลไกตอบสนองประชาชน โดยคุณสมบัติในการจัดตั้งพรรคการเมืองต้องรวมได้ 500 คน โดยเป็นสมาชิกพรรคและเสียสละแม้กระทั่งปัจจัย ด้วยการให้สมาชิกพรรคต้องลงเงินทุนประเดิม 2,000 บาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งต้องอยู่ในรายงานก่อตั้งพรรคและเป็นข้อมูลเปิดเผย
มาตรา 11 ในการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองตามมาตรา 10 (2) เป็นผู้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานเกี่ยวข้องและให้นายทะเบียนออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ ต้องมีสมาชิกให้ได้ 5,000 คน ในปีแรก และในทางหลักการ 5,000 คน 4 ปี จนได้สมาชิกไม่น้อยกว่า2 หมื่นคน โดยพรรคต้องมีชื่อ โลโก้ ข้อบังคับ แนวอุดมการณ์ และต้องไปจดทะเบียนกับเลขาธิการ กกต.ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อย่างไรก็ดี หากนายทะเบียนเห็นว่าคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง หรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองในเรื่องไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 12, 13, 14, 15 และ 16 ให้มีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนพร้อมเหตุผลแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวยังไม่มีการแก้ไขหรือแก้ไขไม่ถูกต้องนายทะเบียนรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและมีมติไม่รับจดทะเบียนจัดตั้ง
มาตรา 32 ภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนพรรคการเมืองนั้น ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และจัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการกำหนดอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา โดยสาขาพรรคแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขานั้น
ขณะเดียวกัน เมื่อจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองขึ้นในภาคใดแล้วให้หัวหน้าพรรคการเมืองมีหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาต่อนายทะเบียนพรรคและประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จัดตั้งสาขานั้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือคณะกรรมการสาขาพรรคการเมือง
ทั้งนี้ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองมีหนังสือแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายทะเบียนกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ และให้ประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปด้วย
หมวด 3 การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง มาตรา 47 ในการเลือกตั้งทั่วไป การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค การเมืองในการพิจารณาและเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองให้ความเห็นชอบ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่เกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง หัวหน้าสาขาพรรค การเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดซึ่งเลือกกันเองร่วมกันอีกกึ่งหนึ่ง
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญโดยเฉพาะมาตรา 23 ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างน้อยพรรคการเมืองต้องมีกิจกรรม ดังต่อไปนี้ 1.เสริมสร้างให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ต้องถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบ
2.เสนอแนวทางการพัฒนาประเทศและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีเหตุผลโดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจและความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน และ 3.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างมีเหตุผล
ส่วนหมวด 10 บทกำหนดโทษ มาตรา 90 ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับในส่วนของบทเฉพาะกาล มาตรา 122 ให้พรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 เป็นพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.นี้ และให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.ป.นี้ใช้บังคับ ยังคงเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อดำเนินการตามวรรคสองพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการในเรื่องและภายในระยะเวลา
อาทิ (5) จัดให้มีกองทุนประเดิมให้ครบถ้วนตามมาตรา 9 ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่พ.ร.ป.นี้ใช้บังคับ โดยในวาระแรกเริ่มให้ถือว่าพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่งมีผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองมีจำนวน 500 คน ในกรณีที่พรรคการเมืองมีเงินหรือทรัพย์สินอยู่แล้ว จะกันเงินและทรัพย์สินที่มีอยู่แยกไว้เป็นทุนประเดิมก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบพร้อมด้วยหลักฐานการกันเงินภายในกำหนดเวลาดังกล่าว







