posttoday
ประกันสังคมเล็งปรับฐานเงินสมทบทุก5ปี

ประกันสังคมเล็งปรับฐานเงินสมทบทุก5ปี

07 ธันวาคม 2559

สปส. เผยอาจเปลี่ยนระบบการปรับฐานเงินสมทบทุก 5 ปี หรือตามสภาพเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ผู้ประกันตนระยาว

สปส. เผยอาจเปลี่ยนระบบการปรับฐานเงินสมทบทุก 5 ปี หรือตามสภาพเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ผู้ประกันตนระยาว

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงการปรับปรุงจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ภายในงานประชุมรับฟังความคิดเห็นนายจ้าง ผู้ประกันตน ว่า การปรับเพิ่มฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวนเงินสมทบในอนาคตอาจปรับเพิ่มทุก 5 ปี หรือช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีแนวทางการปรับฐานค่าจ้างนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีพได้อย่างเหมาะสมตามสภาพสังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้นี้ ส่วนการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงให้กองทุนประกันสังคมนั้นมีอีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ อาทิ การปรับปรุงเรื่องการลงทุน เป็นต้น

ขณะที่ตลอดเวลา 26 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2534 ที่ สปส. ได้เริ่มดำเนินการให้ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม แก่ลูกจ้างในสถานประกอบการมา และเริ่มจัดเก็บเงินสมทบ 3 ฝ่าย คือ นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ฉะนั้นเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของเงินทดแทนการขาดรายได้ รวมถึงเงินบำนาญชราภาพที่ผู้ประกันตนจะได้รับในอนาคต ดังนั้นการปรับปรุงจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุดจึงมีความจำเป็น สปส.ต้องจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาศึกษาวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม

“ข้อสรุปจากเวทีรับฟังความคิดเห็น 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ในภาพรวมเห็นด้วยกับการปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนในระยะยาว ดังนั้นจัดการรับฟังความคิดเห็นอีก 2 ครั้ง คือ วันที่ 9 ธ.ค. ที่จังหวัดชลบุรี และวันที่ 13 ธ.ค. ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อได้ข้อสรุปทั้ง 5 เวทีจะมายกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เสนอกระทรวงแรงงาน เพื่อแก้ไข”นายสุรเดชกล่าว

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สปส.ใช้ฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาทคำนวณเงินบำนาญชราภาพ หากทำงานมาแล้ว 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 3,000 บาท หรือถ้าทำงานมา 35 ปี ครบเกษียณจะได้บำนาญเดือนละ 7,500 บาท แต่ถ้าแก้กฎหมายปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเป็น 20,000 บาท กรณีทำงานมาแล้ว 15 ปีจะได้เงินบำนาญเดือนละ 4,000 บาท และถ้าทำงานมา 35 ปีครบเกษียณจะได้บำนาญเพิ่มเป็น 10,000 บาท ขณะเดียวกันในส่วนประโยชน์ทดแทนกรณีอื่น ๆ ก็ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน แต่การปรับฐานค่าจ้างที่ใช้ในการคำนวณ ทั้งนี้เป็นคนละเรื่องกับอัตราเงินสมทบที่ส่งเข้ากองทุนประกันสังคม

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว