
ดันศก.โค้งสุดท้าย
‘สมคิด’ เร่งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ลุยพีพีพีปั๊มเศรษฐกิจ
‘สมคิด’ เร่งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ลุยพีพีพีปั๊มเศรษฐกิจ
รัฐบาลเร่งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เดินหน้าร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชนปีหน้า
นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ธ.ค. 2559 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ และคณะกรรมการพิจารณาการร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน หรือพีพีพี เพื่อติดตามแผนการดำเนินการในปีหน้า
นายชาญวิทย์ กล่าวว่า การตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ วงเงิน 1 แสนล้านบาท จะมีการระดมทุนส่วนแรก 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ซื้อหน่วยทั้งหมด ส่วนการระดมทุนเงินจากนักลงทุนอีก 9 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 2 ปี 2560 เพื่อลงทุนในโครงการทางเส้นใหม่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ การประชุมพีพีพีจะติดตามแผนดำเนินงานของปี 2559 ซึ่งมี 5 โครงการ อยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างและจะเริ่มทยอยลงทุน ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งจะพิจารณาแผนลงทุนปี 2560 เบื้องต้นมี 7 โครงการ มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โครงการสถานีรถไฟบางซื่อ เป็นต้น
นอกจากนี้ โครงการพีพีพีที่ดำเนินการในปีหน้าแน่นอน คือ โครงการสถานีรถไฟบางซื่อซึ่งมีพื้นที่ให้เอกชนพัฒนา 3 แปลง โดยจะเปิดประมูลพัฒนาทีละแปลงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ด้าน นายสมคิด จะนำคณะไปยังประเทศจีน เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.นี้ พร้อมกันนี้จะหารือกับนายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป และผู้บริหารบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ถึงความร่วมมือด้านการลงทุนในไทย
อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2559 ได้อนุมัติกรอบท่าทีไทยและร่างเอกสารสำหรับการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 5 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ รวม 9 ประเด็น อาทิ ร่วมกันขยายมูลค่าการค้าการลงทุนเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี หรือเป็น 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563
อีกทั้งจะมีการตกลงต่ออายุแผนพัฒนาเศรษฐกิจไทย-จีน ระยะ 5 ปี ที่จะสิ้นสุดในปี 2559 ออกไปอีก 5 ปี (2560-2564) จะมีการขยายการค้าสินค้าเกษตร ความร่วมมือระบบราง ความร่วมมือด้านการเงิน ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น







