
แม่คลิปฉาวสารภาพไม่อยากเลี้ยงลูก อ้างเด็กไม่พูดด้วยจึงทำร้าย
หญิงในคลิปทำร้ายลูกสาว อ้างเหตุเกิดความเครียดเพราะไม่อยากเลี้ยงดู ยอมรับเด็กไม่พูดด้วยจึงลงมือทำร้าย
หญิงในคลิปทำร้ายลูกสาว อ้างเหตุเกิดความเครียดเพราะไม่อยากเลี้ยงดู ยอมรับเด็กไม่พูดด้วยจึงลงมือทำร้าย
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. กรณีมีการแชร์คลิปเหตุการณ์หญิงสาวก่อเหตุทำร้ายเด็กผู้หญิง ด้วยการกระชากผม ใช้อาวุธมีดข่มขู่ และใช้ไม้กวาดตีอย่างรุนเเรง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านกิ่งแก้ว-หนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยผู้ถ่ายคลิประบุว่าเห็นเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง และเด็กโดนกระทำมากกว่าที่เห็นในคลิป ซึ่งเด็กเป็นลูกแท้ๆ ของคนที่ทำร้าย
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางมาที่ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ เพื่อพูดคุยกับ หญิงอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นมารดาของเด็กและเป็นผู้ที่ทำร้ายเด็กตามที่ปรากฏในคลิป หลังนางปวีณาได้ประสานให้ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว นำกำลังตำรวจสภ.บางแก้ว ตำรวจ กก.ดส.และเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าให้การช่วยเหลือเด็ก พร้อมกับนำแม่ของเด็ก มาสอบปากคำ
นางปวีณา กล่าวว่า แม่เด็กให้การยอมรับว่า เป็นบุคคลในคลิปและทำร้ายลูกจริง โดยมีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย มีลูกสาวฝาแฝดอายุ 5 ปี โดยแม่เด็กอ้างว่าสาเหตุที่ทำร้ายเพนสะเกิดจากความเครียด เนื่องจากไม่เคยเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน เนื่องจากได้นำลูกทั้ง 2 ไปให้ย่าของเด็กเป็นผู้ดูแลที่จ.สุรินทร์ แต่เมื่อ 8 เดือนก่อนสามีบ่นคิดถึงลูกและอยากให้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน จึงไปรับมา แต่ด้วยความที่ไม่เคยเลี้ยงและไม่อยากเลี้ยง ประกอบกับมีปัญหาทะเลาะกับสามีเป็นประจำ จึงเกิดความเครียด
นางปวีณา กล่าวอีกว่า แม่ของเด็กบอกว่าเหตุการณ์ในคลิป เกิดขึ้นเมื่อเช้าที่ผ่านมา เด็กไม่ยอมพูดด้วยจึงลงมือทำร้าย และใช้มีดขู่ บอกว่าถ้าไม่พูดจะตัดลิ้น ตอนนี้ตามขั้นตอนเด็กจะต้องอยู่ในความดูแลของ เจ้าหน้าที่ พม. แต่ว่าพ่อของเด็ก เเจ้งว่าไม่อยากให้เด็กไปอยู่สถานสงเคราะห์ จึงขอนำตัวเด็กส่งกลับคืนไปอยู่กับย่าที่ จ.สุรินทร์ ตามเดิม
ด้าน พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้สั่งการให้สายตรวจ ไปที่บ้านเกิดเหตุ และนำตัวสองสามีภรรยาเเละเด็กมาที่ สภ.บางแก้ว เพื่อบันทึกปากคำ ส่วนเด็กนั้นเจ้าหน้าที่ พม.ได้พาไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลบางพลี และต้องประเมินสภาพจิตใจของเด็กด้วย จึงจะสามารถแจ้งข้อหาแก่ผู้เป็นแม่ได้ อย่างไรก็ตามจากตรวจสภาพร่างกายเบื้องต้นพบว่ามีรอยบาดแผลจากการถูกไม้กวาดตีที่ขาทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งที่บริเวณหลังและใบหน้ามีรอยช้ำ
ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวจะมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญาในข้อหาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บแต่ไม่ได้รับอันตรายถึงจิตใจ และอาจผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก รวมทั้งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ด้วย







