
บก.จร.เชิญหนุ่มสองล้อ-ตร.ในคลิปปะทะคารมเดือดเคลียร์ใจจบด้วยดี
รักษาราชการแทนผบก.จร.เชิญหนุ่มจักรยานยนต์และตำรวจในคลิปปะทะคารมเดือดกรณีถูกจับไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายมาทำความเข้าใจ สองฝ่ายไม่ติดใจเอาความ
รักษาราชการแทนผบก.จร.เชิญหนุ่มจักรยานยนต์และตำรวจในคลิปปะทะคารมเดือดกรณีถูกจับไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายมาทำความเข้าใจ สองฝ่ายไม่ติดใจเอาความ
จากกรณี นายโอวาท ขวาไทย ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ได้โพสต์คลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจกวนขันวินัยและจราจร ที่หน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จับกุมและเขียนใบสั่งในข้อหาไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายและไม่ยอมฟังเหตุผลที่ผู้ขับขี่จักรยานยนต์อธิบาย รวมทั้งตำรวจยังได้ขี่จักรยานยนต์ย้อนศรและทับเท้าของผู้ถ่ายคลิป ส่งผลให้กลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์ในนามกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อไม่พอใจและรวมตัวเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมที่ กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร.ได้เชิญร.ต.ต.ศุภชัย กฤษณเศรณี รองสว.งานสายตรวจ2 กก.1 บก.จร. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในคลิป และนายโอวาท ขวาไทย มาพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจ และรับฟังข้อกฎหมาย โดยใช้วลาพูดคุยกว่า 2 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา15.00น. พล.ต.ต.จิรสันต์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในการพูดคุยวันนี้มี 2 ประเด็น คือประเด็นแรก เป็นการเรียกเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ได้ข้อสรุปว่าทั้ง 2 ฝ่ายก็คุยกัน และเข้าใจกัน ซึ่งในคลิปอาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน และใช้อารมณ์ต่อกันเท่านั้น ส่วนประเด็นที่สองเป็นการพูดคุยในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเรียกมารับฟังในเรื่องของข้อมูล ปัญหาของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เกี่ยวกับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งกฎหมายออกมาตั้งแต่ปี 2522 หรืออาจจะล้าสมัยเกินไปหรือเปล่า เบื้องต้นก็ต้องมีนักคิด นักวิชาการต่างๆมาช่วยกันคิด ในส่วนนี้ก็จะรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ใช้รถใช้ถนน ส่วนผู้บังคับใช้กฎหมายก็ต้องรับฟังว่าเมื่อปฏิบัติตามกฎหมายแล้วมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรหรือไม่ ซึ่งก็จะต้องนำเสนอผู้บังคับบัญชาอีกส่วนหนึ่ง
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของข้อกฎหมายต่างๆที่ล้าสมัย จะต้องมีการเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้มีการพูดคุยกัน และจะหาข้อสรุปที่ดีที่สุด และออกเป็นแนวข้อกฎหมายในการบังคับใช้ เพื่อสังคม ประเทศชาติ จะได้มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สะดวกในการเดินทาง ตลอดจนมีความปลอดภัยจากปัญหาของอุบัติเหตุจราจรต่างๆ
ทั้งนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผูู้ปฏิบัติและผู้ใช้รถใช้ถนนก็จะได้มีความรู้สึกดีต่อกัน ในส่วนของคู่กรณีนั้น เบื้องต้นทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคู่กรณีได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว และไม่มีอะไรติดใจเอาความซึ่งกันและกัน เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นคดีความแต่อย่างใด ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนระเบียบและวินัย ก็จะต้องดำเนินตามกฎหมายในระยะเวลา 30 วัน
ด้านนายโอวาท กล่าวว่า วันนี้ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสรุปได้ว่าเข้าใจกันด้วยดี เพราะส่วนตัวแล้วก็ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องโด่งดังเท่าไหร่ เพราะเข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาโศกเศร้าของประชาชนชาวไทย







