posttoday
ครองแผ่นดิน

ครองแผ่นดิน

28 พฤศจิกายน 2559

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการกฎหมายอิสระ

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการกฎหมายอิสระ

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคต วันที่ 9 มิ.ย. 2489 รัฐบาลได้เข้าเฝ้าสมเด็จย่า ทูลขอพระราชทานอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อจากพระบรมเชษฐาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อทรงรับที่จะสืบราชสมบัติต่อ แต่เนื่องจากขณะนั้น พระองค์ท่านทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย จึงยังมิได้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นอกจากนี้พระองค์ท่านก็ยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในสาขาวิทยาศาสตร์ พระองค์จึงได้เสด็จกลับไปศึกษาต่อ โดยทรงเปลี่ยนการศึกษาจากสาขาวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิชากฎหมายและการเมือง เพื่อเตรียมพระองค์ให้พร้อมที่จะรับพระราชภาระในฐานะในหลวงของคนไทย

เมื่อพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อปี 2493 แล้วเสด็จนิวัตกลับประเทศไทย ได้ทรงประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ต่อจากนั้นได้จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2493

หลังจากนั้นจึงได้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 5 พ.ค. 2493 พิธีบรมราชาภิเษก หมายถึง พระราชพิธีในการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ และมีฐานะเป็นประมุขของประเทศอย่างเป็นทางการ ในวันนั้นทรงมีพระปฐมบรมราชโองการที่ชาวไทยจำกันได้ดี คือ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

พระองค์ทรงตระหนักดีว่า การเสด็จเสวยราชสมบัตินี้ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อำนาจจึงไม่ได้อยู่ที่พระองค์ท่าน ถ้อยคำในพระปฐมบรมราชโองการมีความกระชับได้ใจความ มีความหมายที่ลึกซึ้ง

ความหมายของพระปฐมบรมราชโองการ ต้องฟัง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ได้เคยอธิบายไว้อย่างชัดเจนในหลายโอกาสว่า ในฐานะนักรัฐศาสตร์เต็มตัว เพราะท่านสำเร็จปริญญาตรี-ปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ จากประเทศฝรั่งเศส ดร.สุเมธ รู้สึกฉงนใจและประทับใจกับประโยคแรกที่รับสั่งว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม...” ทรงใช้คำว่า “ครอง” แทนคำว่า “ปกครอง” ซึ่งไม่ได้มีมิติของอำนาจเลยแม้แต่นิดเดียว

หากแต่มีมิติของจิตใจ ความรู้สึก ความเคารพ ความนับถือ และเหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือ ความรัก ซึ่งเหนือกว่าการปกครองด้วยซ้ำ เพราะการปกครองไม่ต้องใช้ความรู้สึก ความรักก็ได้ แค่ใช้อำนาจอย่างเดียว เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม... ณ วันนั้นทรงประกาศคำว่า Good Governance แล้ว ก่อนฝรั่ง 50 ปี คนไทยต้องมารอให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเสียก่อน แล้วลุกขึ้นมาพูดคำว่า Good Governance ธรรมาภิบาลตามฝรั่ง

ความจริงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงประกาศมาก่อนตั้ง 50 ปี เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม คำว่าธรรมะนี้คือ ธรรมาภิบาล ภาษาอังกฤษ คือ Good Governance นี่ถึงบอกว่าถ้าเรามองพระเจ้าอยู่หัว เราฟังพระองค์ท่าน ใช้สติปัญญาในการตีความ เราจะได้ความรู้ ได้ความรู้สึกอย่างมากมายจากพระองค์

​ตลอด 70 ปีที่ครองแผ่นดินโดยธรรม พระองค์ท่านทรงปฏิบัติมาตลอด อย่างเหน็ดเหนื่อย พระวรกายบอบช้ำทุกวันนี้ ดร.สุเมธ พูดไว้ในขณะที่ได้ถวายงานพระองค์ท่าน 34 ปี ครึ่งเดียว “ผมยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือประมาณ” ธรรมที่พระองค์ท่านทรงใช้ในการครองแผ่นดิน คือ ทศพิธราชธรรม

ธรรม 10 ประการของผู้ปกครอง ประกอบด้วย 1.ทาน-การให้ 2.ศีล-การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย 3.บริจาค-ความเสียสละ 4.อาชชวะ-ความซื่อตรง 5.มัททวะ-ความอ่อนโยน 6.ตบะ-การข่มกิเลส 7.อักโกธะ-ความไม่โกรธ 8.อวิหิงสา-ความไม่เบียดเบียน 9.ขันติ-ความอดทน 10.อวิโรธนะ-ความไม่คลาดจากธรรม

ตลอดรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรมอย่างครบถ้วน ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน นอกจากทศพิธราชธรรมแล้ว พระองค์ท่านยังได้พระราชทานหลักปรัชญาการปกครองไว้ด้วยว่า “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”

ปรัชญาดังกล่าวเป็นความจริงแท้ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่นักการเมืองบ้านเราทำตรงกันข้าม กลับส่งเสริมคนไม่ดีให้มีอำนาจ บ้านเมืองเราจึงไม่ไปไหน คนไม่ดีเป็นใหญ่เป็นโตมีอำนาจปกครองประเทศ คนดีถูกข่มเหงรังแก นอกจากธรรมของผู้ปกครองแล้ว พระองค์ยังทรงให้ธรรมของประชาชนที่จะใช้เป็นหลักในการเป็นพลเมืองที่ดี คือการรู้รักสามัคคี

ไม่ว่าผู้ปกครองประเทศจะเก่งกาจสามารถเพียงใด ถ้าคนในประเทศขาดความสามัคคี ก็ไม่มีทางที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปได้ เหมือนประเทศไทยที่ผ่านมา ประชาชนไม่ดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ท่านทรงให้หลักธรรมไว้ มีการเล่นสงครามกีฬาสีอยู่หลายปี ประเทศไทยเรานอกจากไม่เดินหน้าพัฒนาได้อย่างประเทศอื่นแล้ว ยังเกิดความวุ่นวายเกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทั้งของราชการและของประชาชน สภาพบ้านเมืองที่ผ่านมาคงไม่ต่างจากเหตุการณ์เสียกรุงทั้งสองครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่คนในชาติขาดความสามัคคีทะเลาะกันเอง จนต้องพ่ายแพ้แก่ศัตรู

แต่เมืองไทยเมืองพุทธ ทำให้กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ไทยเราจึงกอบกู้เอกราชคืนมาได้ทุกครั้ง แม้ในยุคปัจจุบัน ยุคกีฬาสี เมื่อเกิดเหตุความไม่สงบ สถานการณ์ไม่ต่างจากการเสียกรุง แต่เมืองไทยเรายังคงไม่สิ้นคนดี ก่อนที่จะเกิดการนองเลือด ทหารก็เข้ามาคุมอำนาจ ทำให้บ้านเมืองสงบสุขขึ้นมาได้ชั่วข้ามคืน

แม้ทหารจะไม่ใช่นักปกครองที่ดี แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้คนไทยต้องล้มตายจากฝีมือนักการเมืองเลวๆ ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว สร้างความสงบสุขได้ในพริบตา แม้ในหลวงจะทรงอยู่ในฐานะที่ล่วงละเมิดมิได้ แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ในหลวงท่านเสียภาษีเงินได้เหมือนอย่างประชาชนทั่วไป รายได้ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษี พระองค์ท่านก็ทรงยื่นแบบเสียภาษีตามกฎหมาย แม้หากพระองค์จะไม่เสียภาษี ตามรัฐธรรมนูญก็ฟ้องร้องพระองค์ท่านไม่ได้ ไม่เหมือนนักการเมืองที่มีรายได้มากมายมหาศาล มีหน้าที่ต้องเสียภาษี แต่หาช่องหลบเลี่ยงภาษี เอาเปรียบชาวบ้าน บ้านเมืองเราจึงตกต่ำอยู่จนทุกวันนี้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว