
ครองแผ่นดิน
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการกฎหมายอิสระ
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการกฎหมายอิสระ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคต วันที่ 9 มิ.ย. 2489 รัฐบาลได้เข้าเฝ้าสมเด็จย่า ทูลขอพระราชทานอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อจากพระบรมเชษฐาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อทรงรับที่จะสืบราชสมบัติต่อ แต่เนื่องจากขณะนั้น พระองค์ท่านทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย จึงยังมิได้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นอกจากนี้พระองค์ท่านก็ยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในสาขาวิทยาศาสตร์ พระองค์จึงได้เสด็จกลับไปศึกษาต่อ โดยทรงเปลี่ยนการศึกษาจากสาขาวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิชากฎหมายและการเมือง เพื่อเตรียมพระองค์ให้พร้อมที่จะรับพระราชภาระในฐานะในหลวงของคนไทย
เมื่อพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อปี 2493 แล้วเสด็จนิวัตกลับประเทศไทย ได้ทรงประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ต่อจากนั้นได้จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2493
หลังจากนั้นจึงได้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 5 พ.ค. 2493 พิธีบรมราชาภิเษก หมายถึง พระราชพิธีในการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ และมีฐานะเป็นประมุขของประเทศอย่างเป็นทางการ ในวันนั้นทรงมีพระปฐมบรมราชโองการที่ชาวไทยจำกันได้ดี คือ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
พระองค์ทรงตระหนักดีว่า การเสด็จเสวยราชสมบัตินี้ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อำนาจจึงไม่ได้อยู่ที่พระองค์ท่าน ถ้อยคำในพระปฐมบรมราชโองการมีความกระชับได้ใจความ มีความหมายที่ลึกซึ้ง
ความหมายของพระปฐมบรมราชโองการ ต้องฟัง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ได้เคยอธิบายไว้อย่างชัดเจนในหลายโอกาสว่า ในฐานะนักรัฐศาสตร์เต็มตัว เพราะท่านสำเร็จปริญญาตรี-ปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ จากประเทศฝรั่งเศส ดร.สุเมธ รู้สึกฉงนใจและประทับใจกับประโยคแรกที่รับสั่งว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม...” ทรงใช้คำว่า “ครอง” แทนคำว่า “ปกครอง” ซึ่งไม่ได้มีมิติของอำนาจเลยแม้แต่นิดเดียว
หากแต่มีมิติของจิตใจ ความรู้สึก ความเคารพ ความนับถือ และเหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือ ความรัก ซึ่งเหนือกว่าการปกครองด้วยซ้ำ เพราะการปกครองไม่ต้องใช้ความรู้สึก ความรักก็ได้ แค่ใช้อำนาจอย่างเดียว เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม... ณ วันนั้นทรงประกาศคำว่า Good Governance แล้ว ก่อนฝรั่ง 50 ปี คนไทยต้องมารอให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเสียก่อน แล้วลุกขึ้นมาพูดคำว่า Good Governance ธรรมาภิบาลตามฝรั่ง
ความจริงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงประกาศมาก่อนตั้ง 50 ปี เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม คำว่าธรรมะนี้คือ ธรรมาภิบาล ภาษาอังกฤษ คือ Good Governance นี่ถึงบอกว่าถ้าเรามองพระเจ้าอยู่หัว เราฟังพระองค์ท่าน ใช้สติปัญญาในการตีความ เราจะได้ความรู้ ได้ความรู้สึกอย่างมากมายจากพระองค์
ตลอด 70 ปีที่ครองแผ่นดินโดยธรรม พระองค์ท่านทรงปฏิบัติมาตลอด อย่างเหน็ดเหนื่อย พระวรกายบอบช้ำทุกวันนี้ ดร.สุเมธ พูดไว้ในขณะที่ได้ถวายงานพระองค์ท่าน 34 ปี ครึ่งเดียว “ผมยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือประมาณ” ธรรมที่พระองค์ท่านทรงใช้ในการครองแผ่นดิน คือ ทศพิธราชธรรม
ธรรม 10 ประการของผู้ปกครอง ประกอบด้วย 1.ทาน-การให้ 2.ศีล-การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย 3.บริจาค-ความเสียสละ 4.อาชชวะ-ความซื่อตรง 5.มัททวะ-ความอ่อนโยน 6.ตบะ-การข่มกิเลส 7.อักโกธะ-ความไม่โกรธ 8.อวิหิงสา-ความไม่เบียดเบียน 9.ขันติ-ความอดทน 10.อวิโรธนะ-ความไม่คลาดจากธรรม
ตลอดรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรมอย่างครบถ้วน ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน นอกจากทศพิธราชธรรมแล้ว พระองค์ท่านยังได้พระราชทานหลักปรัชญาการปกครองไว้ด้วยว่า “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”
ปรัชญาดังกล่าวเป็นความจริงแท้ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่นักการเมืองบ้านเราทำตรงกันข้าม กลับส่งเสริมคนไม่ดีให้มีอำนาจ บ้านเมืองเราจึงไม่ไปไหน คนไม่ดีเป็นใหญ่เป็นโตมีอำนาจปกครองประเทศ คนดีถูกข่มเหงรังแก นอกจากธรรมของผู้ปกครองแล้ว พระองค์ยังทรงให้ธรรมของประชาชนที่จะใช้เป็นหลักในการเป็นพลเมืองที่ดี คือการรู้รักสามัคคี
ไม่ว่าผู้ปกครองประเทศจะเก่งกาจสามารถเพียงใด ถ้าคนในประเทศขาดความสามัคคี ก็ไม่มีทางที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปได้ เหมือนประเทศไทยที่ผ่านมา ประชาชนไม่ดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ท่านทรงให้หลักธรรมไว้ มีการเล่นสงครามกีฬาสีอยู่หลายปี ประเทศไทยเรานอกจากไม่เดินหน้าพัฒนาได้อย่างประเทศอื่นแล้ว ยังเกิดความวุ่นวายเกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทั้งของราชการและของประชาชน สภาพบ้านเมืองที่ผ่านมาคงไม่ต่างจากเหตุการณ์เสียกรุงทั้งสองครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่คนในชาติขาดความสามัคคีทะเลาะกันเอง จนต้องพ่ายแพ้แก่ศัตรู
แต่เมืองไทยเมืองพุทธ ทำให้กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ไทยเราจึงกอบกู้เอกราชคืนมาได้ทุกครั้ง แม้ในยุคปัจจุบัน ยุคกีฬาสี เมื่อเกิดเหตุความไม่สงบ สถานการณ์ไม่ต่างจากการเสียกรุง แต่เมืองไทยเรายังคงไม่สิ้นคนดี ก่อนที่จะเกิดการนองเลือด ทหารก็เข้ามาคุมอำนาจ ทำให้บ้านเมืองสงบสุขขึ้นมาได้ชั่วข้ามคืน
แม้ทหารจะไม่ใช่นักปกครองที่ดี แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้คนไทยต้องล้มตายจากฝีมือนักการเมืองเลวๆ ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว สร้างความสงบสุขได้ในพริบตา แม้ในหลวงจะทรงอยู่ในฐานะที่ล่วงละเมิดมิได้ แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ในหลวงท่านเสียภาษีเงินได้เหมือนอย่างประชาชนทั่วไป รายได้ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษี พระองค์ท่านก็ทรงยื่นแบบเสียภาษีตามกฎหมาย แม้หากพระองค์จะไม่เสียภาษี ตามรัฐธรรมนูญก็ฟ้องร้องพระองค์ท่านไม่ได้ ไม่เหมือนนักการเมืองที่มีรายได้มากมายมหาศาล มีหน้าที่ต้องเสียภาษี แต่หาช่องหลบเลี่ยงภาษี เอาเปรียบชาวบ้าน บ้านเมืองเราจึงตกต่ำอยู่จนทุกวันนี้







