
มาตรการชั่วคราว
กระทรวงการคลังและรัฐบาลลุ้นสุดตัวเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวให้ได้ในอัตรา 3.3% ตามที่ประมาณการไว้ ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะได้ตามเป้าหมาย เพราะใน 9 เดือน หรือ 3 ไตรมาสที่ผ่านมาก็ทรงตัว ไม่ได้ดีขึ้นอย่างหวือหวา แต่ก็ไม่ได้แย่ลงไปกว่าเดิม
กระทรวงการคลังและรัฐบาลลุ้นสุดตัวเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวให้ได้ในอัตรา 3.3% ตามที่ประมาณการไว้ ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะได้ตามเป้าหมาย เพราะใน 9 เดือน หรือ 3 ไตรมาสที่ผ่านมาก็ทรงตัว ไม่ได้ดีขึ้นอย่างหวือหวา แต่ก็ไม่ได้แย่ลงไปกว่าเดิม
เศรษฐกิจไทยในรอบปีนี้ได้รับแรงส่งจากการใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวได้ดี ในส่วนของการบริโภค การลงทุนเอกชน และการส่งออกนั้น แทบจะไม่กระเตื้องขึ้นเลย ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากปัจจัยต่างประเทศเกือบทั้งหมด ทำให้ทุกประเทศต้องปรับนโยบายกันใหม่ หันมากระตุ้นเศรษฐกิจกันจากภายในประเทศแทน
ปัจจัยเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ดึงให้การบริโภคในประเทศลดลง ในส่วนของคนชั้นกลางที่ส่วนใหญ่เป็นมนุษย์เงินเดือนได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่นายจ้างมีกำไรลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจ และการปรับตัวรับเทคโนโลยีดิจิทัล ส่วนคนระดับฐานรากซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรได้รับผลกระทบมาจากการที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำทำให้กำลังซื้อหดตัวลง
นับเป็นโชคดีของรัฐบาลที่อัตราเงินเฟ้อของประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ แม้จะมีการเร่งตัวขึ้นจากราคาน้ำมันบ้างในบางช่วง แต่ก็ไม่ได้สูงจนกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน เพราะหากส่วนนี้เร่งตัวขึ้นไปผสมกับรายได้ที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นของประชาชน อาจจะทำให้รัฐบาลประสบความยากลำบากในการหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีความชัดเจนทางนโยบายแล้วว่า รัฐบาลเตรียมจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ด้วยการส่งมาตรการช็อปช่วยชาติ คือให้ประชาชนนำเงินออกมาใช้จ่าย โดยเฉพาะคนมีเงินหากซื้อสินค้า 1.5 หมื่นบาท และขอใบกำกับภาษีที่ถูกกฎหมาย สามารถนำมาขอหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
มาตรการนี้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยหลักการแล้วการมีมาตรการแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีต่อวินัยการคลัง เพราะอาจจะทำให้ประชาชนใช้จ่ายเกินตัว หนี้ครัวเรือนอาจจะเพิ่มขึ้นได้ และส่งผลต่อรายได้การคลัง
ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ปกติ การมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะถูกตำหนิมากมาย เพราะผู้ที่จะได้รับสิทธิจากโครงการนี้มีเพียง 9 ล้านคน ที่ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และก็มีการเสียภาษีตั้งแต่ฐาน 5% ไปจนถึง 30% ผู้ยื่นขอหักลดหย่อนภาษีส่วนนี้จะได้เงินคืนตามฐานภาษี ไม่ใช่ได้เงินคืน 1.5 หมื่นบาทแต่อย่างใด ซึ่งรัฐบาลอาจได้ภาษีคืนในรูปของภาษีมูลค่าเพิ่มมากกว่าที่เสียไปจากการมาขอคืนภาษี
อย่างไรก็ดี การที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรก็ตาม ควรจะต้องคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังให้มาก และไม่ก่อให้เกิดความเคยตัวและเคยชิน ควรจะออกเป็นมาตรการชั่วคราว ในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา ไม่เช่นนั้นจะเหมือนการลดภาษีมูลค่าเพิ่มจากอัตรา 10% เหลือ 7% ที่จนป่านนี้ยังไม่สามารถกลับขึ้นไปได้ แม้คลังจะขาดดุลงบประมาณมากก็ตาม







