posttoday
ทรงบ่มความพอดี ในพลังนักศึกษา

ทรงบ่มความพอดี ในพลังนักศึกษา

23 พฤศจิกายน 2559

บทบาทนักศึกษาเริ่มโดดเด่นจากการรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นในปี 2515 เราอาจไม่คาดคิดว่า “ในหลวง”

โดย...อานิก อัมระนันทน์

บทบาทนักศึกษาเริ่มโดดเด่นจากการรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นในปี 2515 เราอาจไม่คาดคิดว่า “ในหลวง” จะทรงข้องเกี่ยวเรื่องแบบนี้ ขอเล่าภาพใหญ่ก่อนจะเฉลยว่าได้มีพระราชดำรัสอย่างไร

นอกจากเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรทุกใบแล้ว ยังเสด็จฯ ทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์คราวละหลายชั่วโมงกับนิสิต นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย ทุกๆ ปีเป็นเวลากว่า 10 ปี แม้การทรงดนตรีเป็นเรื่องบันเทิง แต่ก็เป็นเวลาทรงงานกับ “กลุ่มเป้าหมาย” ที่เป็นนักศึกษาเพื่อบ่มเพาะจิตสำนึกและปัญญาผ่านเหตุการณ์บ้านเมืองในแต่ละช่วง

เรื่องสินค้าญี่ปุ่นได้มีพระราชดำรัสในงานทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2515) ว่า “การขอให้งด...สินค้าที่ฟุ่มเฟือยนั้นเป็นหลักการที่ยอดเยี่ยม... สินค้าฟุ่มเฟือยญี่ปุ่นมีมากในเมืองไทย” แต่ทรงเตือนให้คิดรอบคอบ มิฉะนั้นอาจเกิดอันตรายต่อส่วนรวม “แล้วลงท้ายก็เสียจุดประสงค์ด้วยซ้ำ”

ถ้าคนเฮโลกันไปที่ห้างญี่ปุ่นตำรวจก็ต้องปฏิบัติการ “ต้องแล่นรถไป รถอะไร รถญี่ปุ่น (ปรบมือ)  รถสึกหรอต้องใช้ยางอะไร ยางญี่ปุ่น แล้วก็ติดต่อฮาโหลๆ กันก็ใช้วิทยุญี่ปุ่น ก็หมายความว่าท่านส่งเสริมสินค้าญี่ปุ่นโดยทางอ้อม” ทรงถือว่าเป็นการ “จี้สมอง” ให้ไปคิดเอง

ตอนจบพระราชดำรัสก่อนทรงดนตรี พระองค์ตรัสตลกว่า “นาฬิกาที่ใส่อยู่เป็นนาฬิกาญี่ปุ่น ไม่กล้าดู (ปรบมือ)” 

ทรงใช้หลายกลยุทธ์บ่มความพอดีในการใช้พลังของนักศึกษา ทั้งสั่งสอนและกระตุ้นให้คิด ทั้งชมเชยและท้าทาย ทรงใช้พระอารมณ์ขันตอกย้ำประเด็นบ้าง ผ่อนคลายบรรยากาศบ้าง นับว่าพระราชทานความใกล้ชิดกับนิสิตนักศึกษาเป็นอย่างมาก

ช่วงใกล้ 14 ตุลา 2517 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่เสด็จฯ ทรงดนตรี ได้มีพระราชดำรัสถึงการ “เดินขบวน” ค่อนข้างบ่อยกับหลายมหาวิทยาลัย พระบรมราโชวาทหลักคือ “ให้ใช้สมอง ไม่ใช้เท้า”   

ที่จุฬาฯ (2514) การสอบสวนเรื่องการจัดการผลประโยชน์ของจุฬาฯ ยังค้างอยู่ จึงทรง “แซว” เปิดพระราชดำรัส ว่า “วันนี้ดีใจมากที่มาที่นี่ไม่เก้อ เพราะว่าได้ข่าวว่าจะเดินไปไหนไม่ทราบ” แต่ทรงชมเชยนิสิตที่ได้ใช้สมอง “...ถ้าสิ่งใดมีทั้งดีและไม่ดีก็พิจารณาด้วยความรอบคอบว่ามีดีมากกว่าเลวจึงปฏิบัติ ...น่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง”

ทรงเตือนว่าอย่าสักแต่ตามต่างประเทศ หากแสดงพลังอย่างมีกาลเทศะมีเหตุผลจะเกิดเป็น “พลังของบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่แต่จะแสดงตนว่ามีพลังเท่านั้นเอง”  ที่ธรรมศาสตร์ (2513) ทรงชมเชยเรื่องการเดินไปกระทรวงยุติธรรมคัดค้านการเสนอให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งผู้พิพากษาว่า เป็นการ “ออกความเห็นอย่างสงบ รับคำชี้แจงอย่างสงบ” และทรงเน้นว่า “ต้องพิจารณาปัญหาที่จะเกิดขึ้นและร่วมรับผิดชอบในการต่อสู้”

แม้ทรงสอนให้ “สงบ” แต่ก็มีพระราชดำรัสท้าทายให้คิดเกี่ยวกับการ “ตีหัว” ในหมู่นักศึกษา ซึ่งคงระคายเบื้องพระยุคลบาทพอประมาณ เนื่องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ถวายความเคารพด้วยการกราบที่ถนน ทำให้ถูกคณะอื่นเขม่นและหาว่าเบียดเบียน! (จุฬาฯ 2512) ทรงอธิบายว่าเป็นเสรีภาพของชาววิศวะซึ่งมิได้ละเมิดเสรีภาพคนอื่นที่จะโค้งถวายคำนับ “ทำไมเราจะต้องมาตีหัวกันด้วยเรื่องหยุมหยิม” ทรงท้าทายว่า “ถ้าอยากจะตี..ขอให้ทำอย่างมีเหตุผล ..ตีหัวกันเอง แล้วก็รักษากันเอง...” อย่าทำให้แพทย์และตำรวจต้องมาเสียเวลา

“ตีหัว” เป็นเรื่อง “นอกกรอบ” ที่ไม่ควรทำแต่ก็มิได้ทรงห้ามโดยตรง ส่วนเรื่อง “ในกรอบ” เช่น “ระเบียบ” ก็ทรงสอนให้ปฏิบัติด้วยความพอดี และให้เห็นประโยชน์โดยมิได้ทรงบอกว่าต้องทำ

การทรงดนตรีสำหรับมหิดลปี 2513 จัดขึ้นที่พระที่นั่งสวนอัมพร นักศึกษาเดินเข้ามาอย่างเป็นระเบียบมากจน “น่ากลัวจะ “บังคับ” ให้มาสังสรรค์ (เสียงฮา)” พระองค์ตรัสว่าถ้าไม่มีระเบียบการศึกษาก็ไปไม่ได้ แต่การเดินแถวที่แข็งกระด้างก็อาจเป็นปัญหา เพราะแม้จะเรียบร้อยน่าดู แต่ก็เสียเวลาและ “ดูเป็นหุ่นยนต์..ก็ต้องทำอะไรที่พอดี”

ที่เกษตรศาสตร์ (2515) มีพระราชดำรัสเรื่องระเบียบที่อาจถูกมองว่าเป็นการ “กดขี่” “เหมือนอย่างเดียวกับแย่งเข้าประตู (หอประชุม) ข้างบนนั้นเมื่อกี้ (ปรบมือ)... ยังดีที่ไม่เกิดหัวแตก ก็เพราะว่ายังมีการกดขี่อยู่พอสมควร”                 

เมื่อเสด็จฯ ธรรมศาสตร์ (2516) ได้มีพระราชดำรัสถึงเหตุการณ์โจรอาหรับ ว่าไทยรอดพ้นจากวิกฤตด้วยพลังจิตของภาคส่วนต่างๆ ร่วมสมทบกัน ไม่ใช่เฉพาะพลังของนักศึกษา  ทรงเตือนสติว่ามีพลังแล้วอย่าไป “ถลุง” ให้เสีย “ถ้าคิดด้วยความตั้งใจที่บริสุทธิ์พลังนั้นก็จะอยู่ ถ้าคิดไม่ดีเมื่อไรพลังนั้นจะเสื่อมลงไป” (จุฬาฯ 2514)

ส่วนที่ประทับใจฉันที่สุดคือ เมื่อตรัสถึงการที่นักศึกษาช่วยดูแลการเลือกตั้ง อาสาพัฒนา อีกทั้งตั้งใจที่จะปราบคอร์รัปชั่น “ขอให้อุดมคตินี้...จงอยู่ในตัวของทุกคน แม้จะพ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษา รักษาพลัง...ปณิธานนี้ไว้ตลอดชีวิต”

ถ้าทำได้ ภายใน 20 ปีข้างหน้า “คอร์รัปชั่นจะไม่มีแล้ว ผีขอทุจริตจะหายหมด แต่ว่าใครจะรับรองได้ ก็คือท่านทั้งหลายทุกคน”

“เราเกลียดการทำสิ่งทุจริต เราจะต้องปฏิบัติสุจริต” ใครที่ประกาศตัวว่าสุดรักแสนอาลัยในหลวง ถ้ารักจริงก็อย่างทิ้งความหวังของพระองค์!

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน