posttoday
"ไพบูลย์"พร้อมจับ"ธัมมชโย"หากอัยการสั่งฟ้อง

"ไพบูลย์"พร้อมจับ"ธัมมชโย"หากอัยการสั่งฟ้อง

22 พฤศจิกายน 2559

รมว.ยุติธรรม ระบุ จับ"ธัมมชโย"ได้อยู่ที่อัยการสั่งฟ้องหรือไม่ มั่นใจยังอยู่ในวัด

รมว.ยุติธรรม ระบุ จับ"ธัมมชโย"ได้อยู่ที่อัยการสั่งฟ้องหรือไม่ มั่นใจยังอยู่ในวัด

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า การดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น ต้องรออัยการ เพราะคดีนี้แม้จะเป็นหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่เชื่อมโยงกับอัยการด้วย ถ้าอัยการไม่ฟ้องหรือไม่เรียบร้อยจะเอาตัวมาลำบาก ซึ่งยอมรับว่าการไปเอาตัวครั้งแรกนั้นมีปัญหา เนื่องจากอัยการไม่เห็นด้วยกับสำนวนของดีเอสไอ ดังนั้น แม้ว่าเอาตัวมาได้แล้วให้อัยการ ถ้าอัยการไม่สั่งฟ้องก็จบอยู่ดี

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า แม้อดีตเจ้าอาวาสจะเหมือนไม่สนใจกฎหมาย ทว่า บ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย อยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ส่วนตัวไม่เชื่อว่าใครจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายได้ เพียงแต่ทุกคนต้องเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งเป็นธรรมดาที่สังคมจะมองว่าวัดพระธรรมกายท้าทาย แต่ไม่เชื่อว่าสังคมจะยอมรับการท้าทายนั้น เพราะทุกคนบอกว่าต้องการความเท่าเทียมกัน ทุกคนต้องมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ตำรวจเห็นชัดเจน

"หลักฐานการรุกป่าต่างๆ นานา การดำเนินการจะต้องดำเนินไป และมันต้องแยกกัน การอยู่ในสมณเพศเรื่องกฎหมายกับศาสนาต้องแยกกัน ผมอยากให้สังคมมองแบบนี้ ไม่อยากให้ไปมองในเรื่องของการท้าทาย เดี๋ยวจะเป็นปัญหาปะทุขึ้นมาอีก ผมทำตามขั้นตอนและเห็นด้วยกับพนักงานสอบสวน เมื่ออัยการสั่งฟ้องเมื่อไรพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุผลที่จะมาอ้างอะไรแล้ว ต้องไปเอาตัวมาให้ได้"พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

ส่วนอัยการจะใช้เวลานานแค่ไหนส่วนตัวไม่ทราบ ไม่ไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน เพียงแต่เรียกอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนมาสอบถามว่ามีการขอข้อมูลหลักฐานอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยแจ้งมาว่าเป็นปัญหาเล็กๆ แต่ไม่รู้ว่าเล็กสำหรับพนักงานสอบสวน หรืออาจจะใหญ่สำหรับอัยการ ดังนั้น ต้องให้เกียรติกันส่วนจะทำให้วัดพระธรรมกายชะล่าใจหรือไม่หากกระบวนการช้า พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า แน่นอน ความรู้สึกนี้ย่อมมี โดยต้องมามองว่าคดีนี้มีอิทธิพลหรือมีบารมีในเรื่องอื่นหรือไม่ แต่จะมองว่าเป็นคดีที่มีบารมีคงไม่ได้ บารมีต้องหมายถึงเรื่องที่ดี ดังนั้น กรณีนี้น่าจะเป็นเรื่องของอิทธิพลมากกว่า สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มาเกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนรู้สึกได้ เนื่องจากสิ่งที่ผ่านมามีคดีที่ไม่ฟ้องเพราะไม่มีหลักฐานที่มีความผิด

ทั้งนี้ เป็นบทเรียนให้สังคมหวั่นเกรงในเรื่องของอิทธิพลและการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องมั่นใจ เพราะอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการก็คนละยุคคนสมัย คงมีเหตุผล ซึ่งเหตุผลเดิมอ้างเรื่องความไม่สงบเรียบร้อย ส่วนตัวเลยบอกไปว่าจำเป็นต้องหารือกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ แต่อัยการไม่ต้องถามฝ่ายความมั่นคงก็ได้ เพราะเป็นอิสระต่อกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า จะป้องกันไม่ให้อ้างถึงเรื่องความมั่นคงได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนตัวป้องกันไม่ได้ เพราะฝ่ายบริหารและฝ่ายยุติธรรมเป็นอิสระต่อกัน จะให้ไปป้องกันอะไร ตนทำได้ในหน้าที่ของตน คือ พนักงานสอบสวนที่อยู่ภายใต้การบริหารของตน ต้องทำงานให้เข็มแข็ง และได้เรียกมาว่ามั่นใจในสำนวนหรือไม่ เขาเองมั่นใจ ในพนักงานสอบสวนนั้นมีอัยการอยู่ด้วย และนักกฎหมายมือฉมังทั้งนั้น มั่นใจในคดี มีหลักฐานเต็มที่ แต่ต้องไปมองทางอัยการ ที่มีความเป็นอิสระต่อกัน

เมื่อถามอีกว่า ถ้าวันที่ 30 พ.ย. อัยการสั่งฟ้องพร้อมจะเข้าไปเอาตัวเลยหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนจะไม่ดำเนินการตามนั้น มันจบแล้ว ตอบสังคมไม่ได้แล้ว เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องพนักงานสอบสวนต้องไปเอาตัวมา เป็นเรื่องเดียวที่พนักงานสอบสวนจะต้องทำให้เด็ดขาด ถ้าคดีไม่ถูกสั่งฟ้องมันก็ไม่มีเหตุผลอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าการเข้าไปครั้งแรกมันมีบทเรียน มีปัญหากระทบกระทั่งกัน และไม่คุ้มค่าถ้าเอามาแล้วอัยการไม่สั่งฟ้อง ดังนั้น ต้องรออีกสักนิด อดทน ให้มั่นใจพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับอัยการ

เมื่อถามว่า มีข่าวลือว่าพระธัมมชโยไม่ได้อยู่วัดแล้ว พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ข่าวลือคือข่าวลือ ข่าวลือไม่ใช่ข่าวกรอง ตามข้อมูลแล้วได้รับรายงานว่ายังอยู่ในวัด แต่มันอาจจะผิดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้วในเรื่องการเข้า – ออกประเทศ แต่ก็เห็นกันแล้วว่าประเทศไทยเรื่องหลบหนียังมีอยู่ มันลำบากเหมือนกันในการที่จะไปควบคุมทุกตารางเมตรในประเทศไทย บริเวณชายแดนมีช่องว่างให้พวกนี้หลบหนีไปได้ ทำได้แค่บีบให้มันแคบลง ดูโดยรอบและเส้นทางต่างๆ ได้แค่นั้น

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน