posttoday
อินเดียยกไทยแบบอย่างสาธารณสุข

อินเดียยกไทยแบบอย่างสาธารณสุข

21 พฤศจิกายน 2559

เว็บไซต์ข่าวสัญชาติอินเดีย ไลฟ์มินต์ นำเสนอบทความแสดงทัศนะว่า ไทยสามารถเป็นแบบอย่างด้านนโยบายสาธารณสุขให้อินเดียได้ โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของนโยบายสุขภาพต่างๆ ของไทย เช่น ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า การจัดเก็บภาษีบุหรี่ การกำหนดเกณฑ์ประเมินบริการสุขภาพ รวมถึงการลงทุนพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกให้การดำเนินงานส่วนกลาง

เว็บไซต์ข่าวสัญชาติอินเดีย ไลฟ์มินต์ นำเสนอบทความแสดงทัศนะว่า ไทยสามารถเป็นแบบอย่างด้านนโยบายสาธารณสุขให้อินเดียได้ โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของนโยบายสุขภาพต่างๆ ของไทย เช่น ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า การจัดเก็บภาษีบุหรี่ การกำหนดเกณฑ์ประเมินบริการสุขภาพ รวมถึงการลงทุนพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกให้การดำเนินงานส่วนกลาง

บทความระบุว่า ไทยและอินเดียมีความคล้ายคลึงกันด้านประชากรและทางเศรษฐกิจ โดยการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของรัฐบาลไทยคิดเป็น 4.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และสัดส่วนดังกล่าวของอินเดียอยู่ที่ 4.1% อย่างไรก็ดี อัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และการเสียชีวิตของมารดาหลังคลอดบุตรในไทยต่ำกว่าอินเดียมาก โดยอัตราเด็กเสียชีวิตอยู่ที่ 12.3 ต่อประชากร 1,000 คน และอัตราการเสียชีวิตของมารดาอยู่ที่ 20 ต่อ 1 แสนคน ขณะที่สัดส่วนดังกล่าวของอินเดียอยู่ที่ 47.7 และ 174 ตามลำดับ

ทั้งนี้ อัตราการเสียชีวิตที่น้อยกว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งบทความระบุว่า ครอบคลุมสัดส่วนประชากรไทยราว 70% โดยภายใต้ระบบดังกล่าว ไทยริเริ่มใช้หลักการแยกผู้จัดหาบริการกับผู้ให้บริการ (Purchaser Provider Split)  ซึ่งประกอบด้วยสถานพยาบาลคู่สัญญาหลัก ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้บริการประชาชนตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม โดยการ
แยกผู้จัดหาบริการและผู้ให้บริการนั้นช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานได้ และเพิ่มประสิทธิภาพของบริการ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายจะแยกดำเนินงานในส่วนที่ฝ่ายตนเองเชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังเพิ่มช่องทางหารายได้ใหม่ด้วยการเก็บภาษีบุหรี่ แล้วนำเงินส่วนดังกล่าวไปใช้ในโครงการสนับสนุนสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคเอดส์ โรคเบาหวาน หรือโรคความดัน
โลหิตสูง รวมถึงนำไปใช้เพิ่มจำนวนผู้ให้บริการด้านสุขภาพในพื้นที่ห่างไกลด้วยเช่นกัน สำหรับนโยบายที่น่าสนใจอื่น คือ การกำหนดเกณฑ์คุณภาพและผลงานบริการปฐมภูมิ (คิวคิวเอฟ) เพื่อใช้วัดมาตรฐานบริการสุขภาพ

บทความระบุว่า รัฐบาลไทยได้ลงทุนพัฒนาระบบส่วนกลางเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและความสะดวกแก่ประชาชน รวมถึงช่วยให้การตรวจสอบการใช้งบประมาณในภาคบริการสุขภาพเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยโรงพยาบาลภายในท้องถิ่นเกือบทุกแห่งจะมีหน่วยบริการปฐมภูมิ ซึ่งเป็นตัวกลางเชื่อมต่องานสาธารณสุขในพื้นที่กับงานบริการต่างๆ ของภาครัฐ

อย่างไรก็ดี บทความทิ้งท้ายว่าภาคสาธารณสุขของไทยยังคงมีปัญหาบางประการ โดยการกระจายจำนวนผู้ให้บริการด้านสุขภาพในเขตเมืองและเขตชนบทยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ ขณะที่การจัดเก็บบันทึกข้อมูลผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปแบบกระดาษ แม้บางส่วนจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ข้อมูลดังกล่าวกลับไม่ได้เชื่อมต่อกับหน่วยงาน อื่นๆ ทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ