
สปก.ปฏิรูปที่ดินพระราชทาน
ใน5จังหวัดกว่า4.3หมื่นไร่ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ
ใน5จังหวัดกว่า4.3หมื่นไร่ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ
โพสต์ทูเดย์ - พลิกฟื้นที่ดิน ส.ป.ก.พระราชทาน 5 จังหวัด ชุบชีวิตเกษตรกร เดินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง
นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 51,967 ไร่ 95 ตร.ว. แต่บางส่วนออกเนื่องจากที่ดินไม่ได้ใช้เพื่อการเกษตรและมีภาระผูกพันกับหน่วยงานราชการอื่นจึงคงเหลือพื้นที่ให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินได้ 43,902 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม นครนายก พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี
ทั้งนี้ ส.ป.ก.ได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินในผืนดินพระราชทานทั้ง 5 จังหวัด และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเส้นทางคมนาคม ชลประทาน และที่สำคัญคือการพัฒนาเกษตรกรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างโอกาส การเข้าถึงองค์ความรู้ การเข้าถึงระบบตลาด และการเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจุบันมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพระราชทาน 3,264 ราย
นายสมปอง กล่าวด้วยว่า ส.ป.ก.ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้ดำเนินตามรอยพระยุคลบาท โดยได้มีการจัดตั้งนิคมเศรษฐกิจพอเพียงในเขตปฏิรูปที่ดิน จัดตั้งศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานขึ้น นอกจากนี้จะมีการสร้างเครือข่ายเกษตรกร สร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน สร้างเครือข่ายสหกรณ์ในผืนดินพระราชทานให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
“ส.ป.ก.ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมสู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพระราชทาน สืบสานพระปณิธานแผ่นดินพ่อ เพื่อการพัฒนาศักยภาพผืนดินทำกิน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ และเข้าถึงโอกาสทางเลือกในการเปลี่ยนอาชีพควบคู่กับการสนับสนุนการตลาด และปัจจัยพื้นฐาน จะช่วยทำให้เกษตรกรในเขตที่ดินพระราชทาน มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะพึ่งตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” นายสมปอง กล่าว
นายสนอง เทียรบูชา เกษตรกรในเขตที่ดินพระราชทาน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีที่ทำกินในที่ดินพระราชทาน ให้กับครอบครัวจำนวน 10 ไร่ โดยมีค่าเช่าทำกิน 900 บาท/ปี โดยปัจจุบันยังทำนา และร่วมกลุ่มเกษตรกร ปลูกข้าวปลอดสารเคมีไว้กิน และตั้งโรงสีชุมชน สีข้าวใส่ถุงขายให้กับสถานที่ราชการต่างๆ ในจังหวัด มีรายได้กว่า 1-2 หมื่นบาท/เดือน ทำให้มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้อย่างดี







