posttoday
ภาพสะท้อน

ภาพสะท้อน

16 พฤศจิกายน 2559

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้มียอดคงค้าง 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีสัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อทั้งระบบรวม 2.89% แล้ว ซึ่ง ธปท.ระบุว่านี่เป็นหนี้เสียในอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา  

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้มียอดคงค้าง 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีสัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อทั้งระบบรวม 2.89% แล้ว ซึ่ง ธปท.ระบุว่านี่เป็นหนี้เสียในอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา  

ธปท. ระบุว่า หนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากสินเชื่อธุรกิจเกินครึ่ง แต่อัตราการเร่งตัวของหนี้เสียสินเชื่อประเภทนี้ขยายตัว 1.1% ในขณะที่หนี้เสียที่เร่งตัวนี้ไปเพิ่มที่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีอัตราการขยายตัว 3.2% ซึ่งธนาคารพาณิชย์ก็ยืนยันว่าหนี้เสียที่เร่งตัวขึ้นนั้นส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อเอสเอ็มอี

ปริมาณหนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ บ่งบอกว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดีมากนัก ลูกค้าธนาคารจึงไม่มีรายได้มากพอที่จะชำระหนี้ได้ตลอดรอดฝั่ง ทำให้การขยายตัวของสินเชื่อหดตัวตามไปด้วย ธนาคารระมัดระวังการปล่อยกู้ใหม่อย่างมาก เพราะไม่แน่ใจว่าจะปล่อยกู้ไปแล้วจะได้คืนหรือไม่ ส่วนลูกค้าเก่าก็ประคองกันไป

ตัวเลขหนี้เสียนี้สวนทางกับตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ ที่ในปีนี้คาดว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% นับว่าเป็นอัตราที่พอจะไปไหว แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะกล่าวว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างดีมาก

ข้อเท็จจริงในระบบเศรษฐกิจขณะนี้มีความผิดเพี้ยนแปลกแยกอย่างมาก ในขณะที่ตัวเลขจีดีพียังเติบโตได้ถึง 3% แต่หนี้เสียเพิ่มขึ้น การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐทำได้เต็มประสิทธิภาพ แต่การบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะภาค
ครัวเรือนกลับไม่เพิ่มขึ้น แม้จะมีมาตรการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม ทำให้เป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจให้ไปไม่พ้นจากปากเหว

สาเหตุหลักที่ครัวเรือนไม่มีกำลังบริโภคก็คือไม่มีเงิน ซึ่งการลดการบริโภคได้ไปส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการค้าขายของภาคเอกชน เมื่อยอดขายหดก็ลดกำลังการผลิตและลดค่าใช้จ่ายเพื่อความอยู่รอด ซึ่งส่วนนี้สะท้อนออกมาในตัวเลขการจ้างงานที่เริ่มมีแนวโน้มถูกเลิกจ้างมากขึ้น

ความจริงของเศรษฐกิจที่ชาวบ้านกำลังประสบกับปัญหาไม่มีเงิน กับความฝันที่รัฐบาลรู้สึกดีใจที่สถาบันจัดอันดับเครดิตไม่ลดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตของประเทศ การเพิ่มขึ้นของอันดับประเทศที่น่าทำธุรกิจมากขึ้น แม้จะเป็นข่าวดีทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ทำให้ประชาชนอิ่มท้อง หรือทำให้ภาคธุรกิจดีใจจนถึงขั้นต้องลงทุนเพิ่ม

สิ่งที่รัฐบาลกำลังเผชิญในขณะนี้คือความตกต่ำของราคาพืชผลเกษตร ในสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น ข้าว ข้าวโพด ยางพารา มันสำปะหลัง ที่ทำให้กลุ่มคนฐานรากไม่มีกำลังซื้อ ดังนั้นจุดที่รัฐบาลควรจะต้องลงไปดูแลคือการช่วยเหลือประเด็นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน และจะต้องทำคู่ไปกับการเร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ที่แม้จะเซ็นสัญญาไปแล้วแต่ก็ยังไม่เริ่มลงทุนจริง

ตัวเลขหนี้เสียเป็นแค่ภาพสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องจัดการมีมากกว่าการสร้างภาพเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน