
แก้ท่องเที่ยวถูกทาง ดันเศรษฐกิจโต
โดย...เสาวรส รณเกียรติ
โดย...เสาวรส รณเกียรติ
เศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยในต่างประเทศหลังสหราชอาณาจักรประกาศแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต การที่สหรัฐได้ประธานาธิบดีใหม่ที่มีนโยบายกีดกันทางการค้า ทำให้การส่งออกของไทยในปี 2560 ยังต้องเผชิญกับวิกฤตอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน การลงทุนภาครัฐเอง แม้จะเร่งกันอย่างเต็มที่ แต่หลายโครงการยังมีความล่าช้า และมีความไม่แน่นอนอยู่สูง แม้แต่กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐก็สะดุด เนื่องจากติดปัญหาทางด้านกฎหมายในการนำเงินจากกองทุนวายุภักษ์มาจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยจำเป็นต้องออกกฎหมายตั้งกองทุนเพื่อจ่ายปันผล ทำให้การตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ต้องล่าช้าออกไป
ด้วยเหตุนี้ รายได้จากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงเป็นความหวังในการเข้ามาพยุงเศรษฐกิจไทยใน 1-2 ปีนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเม็ดเงินรายได้จากการท่องเที่ยวในส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จากปี 2550 ที่ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 5.47 แสนล้านบาท เพิ่มมาเป็น 1.44 ล้านล้านบาทในปี 2558 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวในช่วงเวลาไม่ถึงรอบทศวรรษ ขณะที่ปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 1.68 ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยว 33.1 ล้านคน
แม้จำนวนรายได้จากการท่องเที่ยวจะสูง แต่หากดูในรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่อคนของนักท่องเที่ยวกลับไม่มากเท่าไหร่ โดยปีนี้คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีค่าใช้จ่ายรายละ 5,200 บาท/วันหรือประมาณ 5 หมื่นบาท/ทริป เทียบกับ 2 ปีก่อนหน้าที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายละประมาณ 4,800 บาท/วัน ด้วยเหตุนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายต่อหัวมากกว่า และเป็นเหตุผลหลักของรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน
หากดูการเติบโตในรูปแบบนี้แล้วจะเห็นว่า แม้จะไม่มีการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ในอนาคตรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยก็มีแนวโน้มจะถูกกระทบได้หากมีปัจจัยที่กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ปัญหาความไม่สงบในไทยเมื่อปี 2557 ที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวม
ลดลง รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากจีนที่อ่อนไหวต่อปัญหาการเมืองค่อนข้างมาก
การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาลจึงมาถูกทิศทางแล้ว แม้จะส่งผลกระทบต่อรายได้การท่องเที่ยวในปีนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า นักท่องเที่ยวจีนจะลดลงมากกว่า 2 แสนคน และกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจบ้าง แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาทดแทน ก็จะทำให้ในอนาคต รายได้จากการท่องเที่ยวจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนมากกว่า
โดยเฉพาะการหันกลับไปให้ความสนใจกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่เคยมีการใช้จ่ายต่อหัวสูง เช่น กลุ่มจากสหภาพยุโรป (อียู) เช่น ประเทศเยอรมนี ที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ยถึง 6.59 หมื่นบาท สวิตเซอร์แลนด์ 1.1 หมื่นบาทเป็นต้น ซึ่งระยะหลังนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีสัดส่วนน้อยลง ส่วนหนึ่งเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และกระบวนการยุติธรรมของไทย จนเป็นเหตุให้คณะทูตจากอียูต้องเดินสายไปตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตื่นตัวดูแลรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น
นอกจากนี้ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านข้อมูลท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2559 ทั้งข้อมูลและสถิติที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การพักแรม ค่าใช้จ่าย รวมถึงข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ซื้อขายกับลูกค้า ก็จะทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้บทวิเคราะห์หรือผลการศึกษาที่มีข้อมูลรอบด้านเพียงพอจะวางกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพได้
ขณะเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เองก็มีโครงการการรายงานและพยากรณ์สถานการณ์พฤติกรรมนักท&O3242;องเที่ยวและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท&O3242;องเที่ยวของไทย ที่มีการสำรวจและเสนอแนะแผนการกระตุ้นท่องเที่ยวมาโดยตลอด สามารถหยิบมาใช้ได้ เช่นข้อเสนอให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มความสนใจใหม่ๆ ที่มีการใช้จ่ายสูง เช่น สปอร์ตทัวริสม์เมดิคอล ทัวริสม์ หรือกลุ่มไมซ์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขดังกล่าว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คงทำงานเพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ เพราะหลายเรื่องไม่ได้อยู่ในอำนาจ แต่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นอีกหลายแห่ง เช่น การกำหนดมาตรการดูแลคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้พร้อมต่อการเติบโตของนักท่องเที่ยว การพัฒนาการคมนาคม เช่น สนามบินภูมิภาค การพัฒนามาตรฐานการให้บริการของตนเองให้ได้ระดับสากล โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เรื่องเหล่านี้ต้องเป็นระดับนโยบาย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือรองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องลงมาเป็นเจ้าภาพ เพื่อให้ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานสากล มีความสะดวก รวมทั้งความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทุกระดับ ตั้งแต่ระดับแบกเป้มาเที่ยวไปจนถึงระดับไฮเอนด์
ในภาวะเศรษฐกิจไทยที่การส่งออกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การท่องเที่ยวจึงเป็นความหวังในการสร้างรายได้เข้าประเทศ ช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวในระหว่างนี้ได้ หากรัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน มีการประสานกันเพื่อสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวในไทยใหม่ ให้เป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาสร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง และยั่งยืนขึ้น







