
วิจารณ์สนั่น!เจ้าของรถหรูชกหน้าคนขี่จยย.สั่งให้กราบ-หลังโดนเฉี่ยว (คลิป)
โลกออนไลน์โจมตีพฤติกรรมหนุ่มเจ้าของรถหรู ชกหน้าคู่กรณี พร้อมสั่งให้กราบ ภายหลังถูกเฉี่ยวชน
โลกออนไลน์โจมตีพฤติกรรมหนุ่มเจ้าของรถหรู ชกหน้าคู่กรณี พร้อมสั่งให้กราบ ภายหลังถูกเฉี่ยวชน
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้ส่งต่อและวิพากษ์วิจารณ์ คลิปวิดีโอ เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายบนท้องถนน เมื่อชายคนหนึ่งที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของรถเก๋ง ได้ลากคอหนุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์ มาชี้เเจงภายหลังเกิดเฉี่ยวชนกัน โดยเจ้าของรถเก๋งได้ ชกเข้าที่ใบหน้าของคู่กรณี พร้อมส่งเสียงดังว่า "ทีหลังชนอย่าหนี"
คลิปดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่ตำหนิพฤติกรรมของเจ้าของรถเก๋งที่เลือกใช้ความรุนเเรง เเทนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ล่าสุดมีรายงานว่า หนุ่มเจ้าของรถเก๋งคือ น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล นักแสดงและพิธีกรสังกัดค่ายเพลงดัง ซึ่งเจ้าตัวได้เตรียมเเถลงชี้เเจงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 พ.ย. โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ถนนเจริญกรุง ใกล้ซอยเจริญกรุง44 เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา
ต่อกรณีดังกล่าว "เกิดผล แก้วเกิด" ทนายความอิสระ ระบุว่าผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ เกิดผล แก้วเกิด ว่า อุบัติเหตุ เป็นเรื่องขาดเจตนา ผู้ทำร้ายเขาก่อนอย่าง เจ้าของมินิคูเปอร์ ไม่มีสิทธิ์ อ้างบันดาลโทสะ
เพราะการอ้างบันดาลโทษะ ตามมาตรา 72 บัญญัติว่า
มาตรา 72 ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
หมายความว่า ต้องกระทำต่อผู้ข่มเหง
การข่มเหง ต้องมีเจตนา ไม่ใช่อุบัติเหตุ
การข่มเหง หมายถึง รังแก แกล้ง หรือทำให้รู้สึกอับอาย หรือข่มเหงน้ำใจ เช่น ด่าว่าแม่ของผู้กระทำผิดเป็นโสเภณี (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2544), เอาเท้าพาดศีรษะผู้อื่นแล้วลูบเล่น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2522), พูดเย้ยหยันว่าเคยฆ่าบิดาจำเลยมาแล้ว วันนี้จะมาฆ่าจำเลยซึ่งเป็นลูกอีก (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7774/2544), ทำร้ายร่างกายผู้อื่น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5189/2531), แอบดูลูกสาวผู้อื่นอาบน้ำ ถือเป็นการข่มเหงบิดา (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3649 - 3650/2547), หญิงอื่นไปนอนกับสามีคนอื่นในห้องนอน แม้ไม่ได้ร่วมประเวณีกันก็เป็นการข่มเหงภริยา (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3955/2547)
การข่มเหงเป็นการกระทำของผู้เสียหายเอง และเป็นการกระทำของผู้เสียหายฝ่ายเดียว เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายต้องรับผิดชอบฝ่ายเดียว เช่น ผู้เสียหายตบศีรษะจำเลยก่อน จำเลยร้องห้ามก็ไม่ฟัง จำเลยจึงทำร้ายผู้เสียหาย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2517)
กรณีนี้ เมื่อเป็นเรื่องร้ายแรง จำเลยก็สามารถอ้างเหตุบันดาลโทสะได้
ดังนั้นคนขับรถมอเตอร์ไซด์ #สามารถป้องกันตัวได้ สวนได้ ตามกำลัง พอสมควร
ที่มา https://www.facebook.com/yakdungjadhai/videos/400507233673166/







