
ตร.ตื่นระวังเหตุร้ายในกรุง
ตำรวจยอมรับหน่วยข่าวแจ้งเตือนก่อเหตุร้ายใน กทม. ยันไม่ต้องตระหนก เตรียมมาตรการรับมือพร้อมแล้ว
ตำรวจยอมรับหน่วยข่าวแจ้งเตือนก่อเหตุร้ายใน กทม. ยันไม่ต้องตระหนก เตรียมมาตรการรับมือพร้อมแล้ว
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า มีการเตือนถึงการก่อเหตุร้ายในกรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไว้แล้ว ขณะนี้ได้เน้นสำรวจความผิดปกติต่างๆ และการตั้งด่านตรวจ โดยเชื่อว่าไม่น่าจะมีเหตุร้ายแรงต่างๆ เกิดขึ้นได้
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยอมรับเช่นเดียวกันว่ามีการเฝ้าระวังเหตุร้ายมากขึ้น โดยปมการก่อเหตุมาปัญหาชายแดนภาคใต้ แต่เป็นแค่เพียงการข่าวเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานหรือปัจจัยที่แน่ชัดว่าจะมีการก่อเหตุขึ้น
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ตรวจค้นผู้ต้องสงสัยกลุ่มมุสลิมจากชายแดนภาคใต้หลายจุด และควบคุมตัวมาซักถามที่มณฑลทหารบกที่ 11 ได้รายละเอียดด้านการข่าวที่เป็นประโยชน์ จนทำให้หยุดยั้งการก่อเหตุร้ายไว้ได้
พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ได้จัดกำลัง นอกเครื่องแบบแฝงตัวเฝ้าระวังพื้นที่ ชั้นในของ กทม. โดยเฉพาะบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์
ด้าน พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้เพิ่มการเฝ้าระวังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระดับสูงสุด หลังเกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า ตู้เอทีเอ็ม วางเพลิง ยิงป้อมจุดตรวจของทหารรวม 12 จุด ในพื้นที่ 8 อำเภอของ จ.สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ทหารเสียชีวิต 1 นาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บ 5 คน
ขณะที่ อ.เบตง จ.ยะลา พื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งก็ยกระดับการป้องกันอย่างเข้มงวดเช่นกัน โดยเข้มงวดการตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตลอดจนผู้ที่เดินทางเข้า-ออกจากเขตเทศบาลเมืองเบตง หลังเกิดเหตุขึ้นใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายยกเป็นเมืองเศรษฐกิจต้นแบบ
พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงเหตุระเบิด 12 จุดว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายมุ่งทำลายระบบสาธารณูปโภค โดยการระเบิดหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เอทีเอ็ม ตู้โทรศัพท์ และไม่เกี่ยวข้องกับการที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต. ส่วนหน้าเดินทางลงพื้นที่ เนื่องจาก พล.อ.อุดมเดช ลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบาย
พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การก่อเหตุดังกล่าวเป็น การตอบโต้และต่อต้านของกลุ่มที่เสีย ผลประโยชน์จากการนำนโยบายสร้างงาน สร้างอาชีพมาให้ประชาชนในพื้นที่ ทั้งการเปิดเหมืองแร่ใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ซึ่งปิดมากว่า 20 ปี การพัฒนา อ.เบตง จ.ยะลา ให้เป็นเมือง ท่องเที่ยว การขยายสนามบินบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นสนามบินของทหารในเชิงพาณิชย์
ด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐยังแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งการรับฟังข้อมูลและ ข้อเท็จจริงในพื้นที่ อีกทั้งยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ภาพประกอบข่าว







