
จับตาไอเอสเข้าไทย
พล.อ.ประวิตร สั่งเหล่าทัพจับตา “ไอเอส” หนีเข้าไทย หลังสถานการณ์สู้รบในซีเรียและอิรักรุนแรงขึ้นจนมีข่าวหนีกบดานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พล.อ.ประวิตร สั่งเหล่าทัพจับตา “ไอเอส” หนีเข้าไทย หลังสถานการณ์สู้รบในซีเรียและอิรักรุนแรงขึ้นจนมีข่าวหนีกบดานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ได้กำชับเหล่าทัพจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสและกลุ่มหัวรุนแรงหนีกบดานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย หลังสถานการณ์สู้รบในซีเรียและอิรักรุนแรงขึ้น จนมีข่าวกระจายตัวตามภูมิภาค โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้เน้นงานข่าว เพิ่มมาตรการเข้า-ออกประเทศ
“พล.อ.ประวิตร กำชับว่าต้องให้ความสำคัญงานด้านการข่าวเพิ่มมาตรการดูแลการเข้า-ออก ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและภูมิภาค” พล.ต.คงชีพ กล่าว
พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตลอดจนกองกำลังภาคประชาชนเพิ่มความเข้มในการดูแลรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะกับครูและนักเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเปิดภาคเรียนเทอม 2 เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายตอบโต้หลัง
เจ้าหน้าที่วิสามัญ นายอาหามะ แมเร๊าะ แกนนำอาร์เคเคระดับสั่งการในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงได้แจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลา
ด้าน พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาการผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า เตรียมออกหมายจับ 2 คนร้ายบุกยิงครู กศน.เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้า กศน. อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังมีหลักฐานสำคัญที่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งพยานก็ชี้ภาพยืนยันตัวคนร้ายแล้วยังเหลือแต่รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อน
ขณะที่สถานการณ์ใต้คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนลอบทำลายกล้องวงจรปิดจำนวน 2 จุด เสียหาย 5 ตัว คือพื้นที่บ้านบือแนกือบง หมู่ 3 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียหาย 2 ตัว และอีกจุดพื้นที่บ้านพงสะตา หมู่ 5 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียหาย 3 ตัว







