
ประกันสังคม-กบข.กำไรหุ้นเฉียด 100 ล.
ประกันสังคม-กบข.ฟาดกำไรพร้อมเงินปันผล หุ้นไอพีโอ บีซีพีจี เกือบ 100 ล้าน ลูกชายคิง เพาเวอร์ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2
ประกันสังคม-กบข.ฟาดกำไรพร้อมเงินปันผล หุ้นไอพีโอ บีซีพีจี เกือบ 100 ล้าน ลูกชายคิง เพาเวอร์ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ที่ปรึกษาการเงินของบริษัท บีซีพีจี (BCPG) ซึ่งเป็นบริษัทลูกบางจากปิโตรเลียม (BCP) คือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้และ บล.กสิกรไทย ได้รายงานผลการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งเสนอขายเมื่อวันที่ 14-16 ก.ย. 2559 ในราคาหุ้นละ 10 บาท ในการขายครั้งนี้ได้ขายหุ้นให้กับนักลงทุนสถาบันในประเทศในสัดส่วน 29.06% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมดจำนวน 590 ล้านหุ้น ซึ่งได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กองทุนประกันสังคม (สปส.) คือนักลงทุนสถาบันที่ได้รับการจัดสรรหุ้นมากเป็นอันดับ 1 จำนวน 13.73 ล้านหุ้น เป็นเงินลงทุนรวม 137.3 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ราคาหุ้นของบีซีพีจีหลังขึ้นเครื่องหมายประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.39 บาท ซื้อขายที่ 13.70 บาท เท่ากับว่ามีกำไรจากการลงทุนถ้าหากยังไม่ขายหุ้นออกประมาณ 50.63 ล้านบาท และยังได้เงินปันผลอีก 5.34 ล้านบาท รวมมีผลตอบแทนจากการลงทุน 50.63 ล้านบาท และ สปส.คือผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4
ขณะที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้าซื้อหุ้นไอพีโอเป็นอันดับ 3 จำนวน 11 ล้านหุ้น เป็นเงินลงทุน 110 ล้านบาท ถ้าหากไม่ขายก็จะมีกำไรจากการลงทุนแล้ว 40.7 ล้านบาท และเมื่อนับรวมกับเงินปันผลที่จะได้รับ 4.29 ล้านบาท ก็จะมีผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 44.99 ล้านบาท และยังมีกองทุนวายุภักษ์ 1 ลงทุนจำนวน 10.74 ล้านหุ้น เป็นเงิน 107 ล้านบาท หากไม่ขายก็จะมีกำไรจากการลงทุน 40.13 ล้านบาทและได้รับเงินปันผลอีก 4.18 ล้านบาท รวมเป็นผลตอบแทนที่ได้รับจากการเข้าลงทุนประมาณ 44.31 ล้านบาท ส่วนกระทรวงการคลังเข้าซื้อหุ้นจำนวน 6.8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 68.72 ล้านบาท ได้รับกำไร 24.44 ล้านบาท และได้รับเงินปันผลจำนวน 2.65 ล้านบาท รวมเป็นผลตอบแทนที่ได้รับจากการเข้าลงทุน 27 ล้านบาท
สำหรับนักลงทุนรายบุคคลที่เข้าซื้อหุ้นของบีซีพีจีมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ลูกชายนายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของคิง เพาเวอร์ ได้รับการจัดสรรหุ้นจำนวน 20 ล้านหุ้น เป็นเงิน 200 ล้านบาท หากยังไม่ขายก็จะมีกำไรแล้วประมาณ 74 ล้านบาท และเงินปันผลอีก 7.8 ล้านบาท รวมผลตอบแทนจากเงินลงทุนประมาณ 81.8 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของบริษัท
นอกจากนี้ นายจักรพันธ์ุ วชิรพงศ์ ซื้อหุ้น 14 ล้านหุ้น เป็นเงิน 140 ล้านบาท มีกำไร 51.8 ล้านบาท รวมเงินปันผลด้วยและถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 3 และยังมี นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูเอซี โกลบอล (UAC) ซื้อหุ้นจำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 80 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตรา 40% ของกำไรสุทธิ ซึ่งล่าสุดได้ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2559 อัตราหุ้นละ 0.39 บาท หรือให้ผลตอบแทนเงินปันผล 2.48% โดยจะจ่ายในวันที่ 11 พ.ย.นี้







