
เทิดพระเกียรติกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หรือ 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หรือ 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ได้จัดประชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเปิดให้ผู้แทนประเทศต่างๆ ขึ้นกล่าวสดุดี ซึ่งการจัดประชุมเช่นนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่มีขึ้นไม่บ่อยนัก โพสต์ทูเดย์จึงขอรวบรวมคำกล่าวสดุดีในวาระสำคัญครั้งนี้
ปีเตอร์ ธอมสัน ผู้แทนถาวรฟิจิประจำยูเอ็น ในฐานะประธานยูเอ็นจีเอ สมัยสามัญครั้งที่ 71
“พระองค์ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 70 ปี ทรงได้รับการยกย่องจากชาวไทยและนานาประเทศ จากความวิริยอุตสาหะในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ทรงมีพระราชปณิธานที่จะปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมากมาย เช่น รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ อาทิ จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ทรงเป็นผู้นำในการดูแลดินและทรัพยากรธรรมชาติในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้สหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์เป็นวันดินโลก”
บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ
“พระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านเมื่อปี 2550 พระองค์ทรงเป็นพลังที่สำคัญของประเทศในการรักษาความมีเสถียรภาพ ทรงทุ่มเทในพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน”
คาฮา อิมนัดเซ ผู้แทนถาวรจอร์เจียประจำยูเอ็น นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในฐานะประธานภูมิภาคยุโรปตะวันออก
“พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ทรงเป็นที่รักของประชาชน ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก ความดีที่พระองค์ทรงบำเพ็ญนำไปสู่การกระทำความดีของผู้อื่น พระองค์ท่านทรงได้ทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาในหลายด้าน โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการยูเอ็น เคยกล่าวไว้ว่า พระองค์ทรงเป็นนักคิดที่ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล”
อับดัลเลาะห์ วาฟี ผู้แทนถาวรไนเจอร์ ในฐานะผู้แทนภูมิภาคแอฟริกา
“พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของชาวไทย ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนไทยทั้งมวล ทรงก่อให้เกิดความเจริญที่น่าทึ่ง ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมส่วนใหญ่ของประเทศในหลายทศวรรษที่ผ่านมา โครงการพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริมากกว่า 4,000 โครงการ ตลอดรัชสมัย 70 ปี ตั้งแต่โครงการด้านชลประทานเรื่อยไปจนถึงแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานมาให้ ที่นำไปใช้ทั่วไปนอกประเทศไทยเพื่อยังผลให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ความสูญเสียครั้งนี้ไม่แค่เป็นการสูญเสียของประเทศไทย แต่เป็นความสูญเสียของทั้งโลก พระองค์จะถูกจดจำและสักการะต่อไปในฐานะกษัตริย์นักพัฒนา กลุ่มประเทศในภูมิภาคแอฟริกาเชื่อว่ามรดกตกทอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการอันนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของพระองค์จะกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่ชาวไทยและประชาคมนานาชาติต่อไป ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย”
มันซูร์ อัล โอไทบี ผู้แทนถาวรคูเวตประจำยูเอ็น ในฐานะประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
“ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ในการสูญเสียผู้ซึ่งเป็นประทีปนำทางของประเทศตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ทรงเป็นผู้สร้างความเป็นปึกแผ่นและเอกภาพให้กับประเทศในห้วงเวลาของความยากลำบาก เป็นที่รับรู้ทั่วกันว่าพระองค์คือผู้สร้างสันติและมีความเห็นอกเห็นใจ ทรงโปรดให้มีการสานเสวนาแทนที่ความขัดแย้ง ส่งผลให้ทรงได้รับความเคารพสักการะสูงสุดตลอดรัชสมัยของพระองค์ นำพาประเทศให้รุ่งเรืองรุดหน้าสู่ความเป็นผู้นำของภูมิภาค และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความรักและความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศไทยนั้น เห็นได้จากการที่ทรงยึดมั่นในการนำพาประเทศไทยและคนไทยทั้งชาติไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม กระทั่งโครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ กราบบังคมทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลผู้ทรงประสบความสำเร็จสูงสุดในการพัฒนามนุษย์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ได้จากพวกเราทั้งหลายไปแล้ว ความสูญเสียของประเทศไทยคือความสูญเสียของผู้คนทั่วทั้งภูมิภาคและโลกทั้งโลก”
ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น
“ในนามของสหรัฐขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงผูกพันอย่างมากกับสหรัฐ พระราชชนกและพระราชชนนีของพระองค์ทรงพบกันขณะทรงศึกษาอยู่ในเคมบริดจ์ แม้พระองค์จะทรงพำนักอยู่เมื่อครั้งยังทรงเป็นเพียงทารก แต่ผู้ที่อยู่ในเคมบริดจ์ยังรู้สึกได้ถึงการดำรงอยู่ของพระองค์ ในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์ในเคมบริดจ์ ที่ต้องเดินผ่านจัตุรัสคิงภูมิพล ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่พระองค์ เป็นเรื่องปกติที่จะเจอคนไทยมาแสดงความเคารพและถ่ายภาพ และขณะนี้มีคนมาวางดอกไม้เพื่อระลึกถึงพระองค์
เกือบสองทศวรรษที่แล้ว นักข่าวคนหนึ่งเคยถามพระองค์ว่าอยากจะให้ผู้คนจดจำพระองค์อย่างไร พระองค์ทรงตอบว่า พระองค์ไม่สนใจว่าคนจะจดจำพระองค์อย่างไร แต่หากอยากจะเขียนถึงพระองค์ในแง่ดี ก็ให้เขียนว่าอะไรที่ทรงทำแล้วเป็นประโยชน์ สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับพระองค์ก็คือการทำประโยชน์ให้กับผู้คนโดยเฉพาะคนยากจน หนทางเดียวที่จะรู้ว่าอะไรเป็นประโยชน์สำหรับผู้คนและทำให้เข้าใจปัญหาก็คือการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลและยากจน เพื่อพบเจอและพูดคุยกับประชาชนที่ยากไร้ตลอดชีวิตของพระองค์ทรงจดสิทธิบัตรต่างๆ มากถึง 40 ฉบับ ส่วนใหญ่มาจากการพัฒนาคิดค้นเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาให้กับคนจน อาทิ โครงการแก้มลิง จากที่ทรงเห็นลิงเก็บของกินไว้ที่แก้มเพื่อนำมากินภายหลัง ทรงนำแนวคิดดังกล่าวไปใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับประชาชน โดยสร้างเก็บน้ำในช่วงน้ำท่วมเพื่อนำมาใช้ทางการเกษตรในภายหลัง
เมื่อทศวรรษที่ 1960 พระองค์เสด็จประพาสสหรัฐตามคำเชิญของประธานาธิบดี ดไวท์ ไอเซนด์ฮาวร์ และขึ้นพูดกับสภาคองเกรส โดยพระองค์ทรงได้แบ่งปันสิ่งที่เห็นว่าเป็นคุณค่าสูงสุดสำหรับสังคมไทยคือการให้ความสำคัญกับครอบครัวและการให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน สิ่งเหล่านี้สะท้อนการใช้ชีวิตของพระองค์มาโดยตลอด นั่นคือการใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการ การใช้ชีวิตในฐานะผู้ให้และเพื่อรับใช้ผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อให้ได้รับการยกย่อง นับว่าโชคดีของคนไทยที่มีพระองค์เป็นเสมือนคนในครอบครัว และนับว่าโชคดีของเราที่ได้เห็นพระมหากษัตริย์ผู้โดดเด่นพระองค์นี้เลือกที่จะดำรงชีวิตเช่นนั้นตลอดพระชนม์ชีพ”
แมทธิว ไรครอฟต์ ผู้แทนถาวรอังกฤษประจำยูเอ็น
“ในนามของกลุ่มชาติยุโรปขอแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงเป็นผู้นำพาประเทศด้วยเกียรติภูมิ การอุทิศพระวรกายและการมีสายพระเนตรอันกว้างไกลตลอด 70 ปีของการครองราชย์ พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ในขณะที่สหประชาชาติเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น และไทยได้กลายเป็นประเทศสมาชิกที่ 55 ของยูเอ็น ทรงครองราชย์ในช่วงยุคหลังสงคราม ที่ผู้คนมีความหวัง ความฝันถึงสันติภาพในโลก และในความท้าทายที่พระองค์ทรงเผชิญในระหว่างทรงครองราชย์มายาวนานได้สะท้อนถึงสิ่งที่รัฐสมาชิกในองค์การแห่งนี้เผชิญเป็นการยากที่จะกล่าวถึงในสิ่งสำคัญที่พระองค์ทรงทำมาตลอดอย่างยาวนานเพื่อคนไทย
อย่างไรก็ตามขอยก 3 สิ่ง คือ ประการแรก พระองค์ทรงได้รับการจดจำในการทรงทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงใช้เวลาหลายปีของการครองราชย์ในการเดินทางไปพื้นที่เกษตรกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ ทรงดำเนินโครงการต่างๆ ในพื้นที่ยากจน และทรงส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน พระองค์ทรงเป็นนักดนตรีที่มีพรสวรรค์ ทรงเป็นจิตรกร ทรงเป็นช่างภาพ ทรงเป็นนักประพันธ์ ทรงเป็นนักเป่าแซ็กโซโฟน และสุดท้ายพระองค์จะทรงได้รับการจดจำจากการอุทิศพระองค์เพื่อพสกนิกรชาวไทย”







